กาแฟขี้ชะมด สุดยอดแห่งรสชาติ
posted on 19 Jun 2008 18:27 by icedlatte
ว่าด้วย สายพันธุ์กาแฟ
ในปัจจุบัน วัฒนธรรมการทานกาแฟ กลายเป็นที่แพร่หลายมากมายทั่วโลก เริ่มมีผู้ที่ให้ความใส่ใจกับรสชาติลุ่มลึกนี้ขนาด ทำให้กาแฟในปัจจุบันยิ่งมีความเจาะจงในที่ปลูกมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องมีการระบุถึงประเทศ ภูมิภาค และบางครั้งต้องบอกว่าปลูกที่พื้นที่บริเวณไหนเลยทีเดียว ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกาแฟอาจจะถึงกับต้องประมูลกาแฟกันเลย โดยดูว่าเป็นล็อตหมายเลขเท่าใด เหล่าเกษตรกรบางครั้งการใส่ปุ๋ยต้นกาแฟ ยังต้องดูแสงเงาจากพระจันทร์เลยทีเดียว

-ถุงกระสอบใส่เมล็ดกาแฟดิบที่ยังไม่ผ่านการคั่ว แต่ละถุงจะบอกที่มาของกาแฟ-
กาแฟแต่ละสายพันธุ์ จะถูกเรียกชื่อตามแหล่งที่ปลูกมันขึ้นมา ตัวอย่างชื่อพันธุ์ที่เราคุ้นๆ เช่น
*** ข้อมูลจากวิกิพีเดีย***

-ถุงบรรจุกาแฟ บลูเมาน์เทน สวยงามหรูหราสมค่ารามากครับ-

-มาดูกันชัดๆ-

-ลวดลายของถุงใส่กาแฟ เคนย่า-
ซึ่งในแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีรสชาติ และกลิ่นที่แตกต่างกันออกไป เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพันธุ์
บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในแต่ละสายพันธุ์ ก้มีความประณีตแตกต่างกันไป
_____________________________________________________________________________
ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นกาแฟสายพันธุ์ธรรมดา ทั่วไป
มีกาแฟสายพันธุ์หนึ่ง ได้ชื่อว่า รสชาติลึกล้ำ และแพงที่สุดในโลกอีกด้วย
Kopi Luwak หรือ กาแฟขี้ชะมด
คำว่า Kopi ในภาษาอินโดนีเซีย แปลว่า กาแฟ
ส่วน Luwak หมายถึง ชะมดพันธุ์ Paradoxurus ที่อาศัยอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย

-ชะมดพันธุ์ Paradoxurus น่ารักมั้ย?-
เมื่อรวมทั้งสองคำ ก็คือ Kopi Luwak [อ่านว่า โกปิ ลูวะ] หมายถึง กาแฟขี้ชะมดนั่นเอง
สาเหตุที่เรียกชื่อเช่นนี้ก็เพราะกาแฟชนิดนี้นี่แหละเป็นผลผลิตที่ออกมาพร้อมกับขี้ชะมด
กาแฟมันมาจากตัวชะมดได้ยังไง?
กาแฟชนิดนี้มาจากไร่บนเกาะสุมาตรา โดยเริ่มต้นจากชาวไร่กาแฟจะเลี้ยงชะมดพันธุ์พื้นเมืองนี้ไว้ในไร่กาแฟและปล่อยให้มันกินผลของกาแฟสุกที่อยู่ในไร่ เมื่อชะมดถ่ายมูลของมันออกมาก็จะมีเมล็ดกาแฟติดออกมาด้วย
<<หน้าตากาแฟขี้ชะมดที่เพิ่งเก็บมาใหม่ๆ
ใครคิดเอาขี้ชะมดมากินเนี่ย?
กาแฟขี้ชะมดเนี่ย แต่เดิมเป็นกาแฟสายพันธุ์ โรบัสต้า ราคาถูก มีชาวอินโด ไปเดินป่า แล้วพบเห็น
ขี้ชะมด มีกาแฟที่ไม่ถูกย่อย ยังคงเป็นรูปเมล็ดอยู่ จึงเกิดความเสียดาย เอามาล้าง และลองคั่วชงทานดู ปรากฏว่าได้
รสชาติและกลิ่นที่หอมหวน แปลกใหม่ เข้มข้น แบบที่โรบัสต้าเดิมให้ไม่ได้ [กาแฟโรบัสต้า ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นของ Body แต่อ่อนหรื่อกลิ่นและรสชาติ] ต่อมาจึงเกิดการเพาะเลี้ยงชะมด ในไร่กาแฟเป็นล่ำเป็นสันขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าโรบัสต้า

-มาดูกันชัดๆ จะเห็นได้ว่า เมล็ดกาแฟไม่ได้ถูกย่อย อยู่ในสภาพสมบูรณ์ทุกเมล็ด-
ทำไมมันราคาแพงที่สุดในโลก?
คอกาแฟหลายคนเล่าว่ามีราคาแพงและหายากที่สุดก็เนื่องจากกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนกว่าการปลูกกาแฟทั่วไป ชะมดเป็นสัตว์ที่กินยาก เลือกกินเฉพาะเมล็ดกาแฟที่สุกดีแล้วเท่านั้น ขณะที่ผลกาแฟอยู่ในท้องของตัวชะมดนั้นเมล็ดจะผสมกับเอมไซม์และสารเคมีที่อยู่ในกระบวนการย่อยของมัน ทำให้กาแฟชนิดนี้มีกลิ่นและลักษณะเฉพาะตัว
ผู้เชี่ยวชาญกาแฟบางรายระบุว่ากาแฟที่เก็บจากมูลชะมดทำได้ยากกว่าเก็บจากต้นจึงทำให้กาแฟชนิดนี้มีราคาสูง
ขั้นตอนหลังจากนั้นก็จะเหมือนการทำกาแฟชนิดอื่นๆ ด้วยการนำไปล้างเอามูลชะมดออกให้หมดจด และขั้นตอนสุดท้ายคือนำไปคั่วเพื่อพร้อมที่จะนำส่งให้บรรดาร้านกาแฟต่อไป และด้วยขั้นตอนการได้มาของกาแฟขี้ชะมดยากแสนยากอย่างนี้ทำให้ในปีหนึ่งมีกาแฟชนิดนี้ออกมาสู่ตลาดเฉลี่ยปีละ 500 ปอนด์เท่านั้น
สนนราคา ก็ ปอนด์ ละ 300$ เหรียญเท่านั้น อยากรู้เป็นเงินไทยเท่าไหร่ ก้ลองคูณดูละกัน
ถ้าใครอยากจะลองชิม ก็ต้องจ่ายถึง 500บาทต่อแก้ว คงไม่มีร้านกาแฟที่ไหนบ้าจี้เอามาชงขายนะ

-บรรจุภันฑ์หรูหรา ถูกเก็บรักษาอย่างดี แถมขี้ชะมดในแท่งแก้วเพื่อยินยันว่าเป็นของจริง-

-รสชาติล้ำลึกนอนอยู่ใน ถุงสีทองอร่ามถุงนี้-

-ล่าสุด โกอินเตอร์ไป เตะตลาดสิงห์นักสูบกันแล้วซะงั้น-
________________________________________________________________________
ปิดท้ายด้วยข่าวขำ วงการกาแฟ
กาแฟขี้ชะมดโดนล้มแช้มป์ โดย "กาแฟลิง"
เมืองเกษตรกรรมอย่างไทยเรารู้จักใช้ประโยชน์จากมูลสัตว์โดยนำไปเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้มานาน อีกทั้งรู้ว่าวัตถุดิบจากสัตว์บางชนิดสามารถนำไปเป็นส่วนประกอบของยารักษาโรคได้ ความมหัศจรรย์หนึ่งที่เกิดจากสัตว์แต่ไม่ได้ค้นพบในบ้านเรา ไปปรากฏที่อินโดนีเซีย คือขี้ชะมดนำไปทำกาแฟดื่มเรียกว่า กาแฟโกปิลูวัก (Kopi luwak) ก้าวขึ้นมาเป็นยอดกาแฟราคาแพงที่สุดในโลก แต่ล่าสุดกาแฟขี้ชะมดเสียแชมป์ด้านความอร่อยไปแล้วเมื่อนักชิมระดับโลกฟันธงว่ากาแฟขี้ชะมดรสชาติสู้ “กาแฟลิง” ไม่ได้
ทิฟฟานี โซเปอร์ ประชาสัมพันธ์ของ 49th Parallel บริษัทจำหน่ายกาแฟชื่อดังแห่งแคนาดา เผยกับเหยี่ยวข่าว Vancouver Sun ว่ายอดกาแฟน้องใหม่มาแรงดังกล่าวชื่อ India Devon Estate 795 Arabica ปรุงจากเมล็ดกาแฟที่ลิงวอกในอินเดียบ้วนออกมา ลิงวอก (Rhesus Monkey) ชื่อวิทยาศาสตร์ Macaca mulatta พบในภาคเหนือของไทย ในจีน และอัฟกานิสถานด้วย โซเปอร์เล่าว่าชาวไร่กาแฟในอินเดียนำเมล็ดกาแฟที่ลิงบ้วนทิ้งมาปรุงดื่มนานแล้ว แต่นำมาผสมกับเมล็ดกาแฟเก็บจากต้น ก่อนจะทดลองรสชาติกาแฟลิงล้วนๆเมื่อไม่นานที่ผ่านมา และพบว่ารสชาติโดนใจกว่า
ผู้เชี่ยวชาญเผยว่ากาแฟลิงกลิ่นหอมยวนใจ รสชาติกลมกล่อมปิดท้ายด้วยรสหวานฉ่ำลิ้น เป็นผลมาจากเมล็ดกาแฟที่ลิงเลือกไปกินเปลือกนอกและบ้วนส่วนที่เหลือออกมาเป็นเมล็ดที่สมบูรณ์และสุกเต็มที่ เว็บไซต์ Canada.com ระบุว่า ประธานคณะกรรมการตัดสินการปรุงกาแฟชิงแชมป์โลกเทคะแนนให้ India Devon Estate 795 Arabica ถึง 98 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 ส่วนกาแฟขี้ชะมดได้ 74 คะแนน ร้าน 49th Parallel ขายกาแฟลิงปรุงแบบ Espresso ที่สาขาในแวนคูเวอร์ ถ้วยละ 2.36 ดอลลาร์สหรัฐ (75.50 บาท)

=โฉมหน้าเจ้าจ๋อผู้ล้มแช้มป์=
ที่มา คอลัมน์ เรื่องเล่าต่างแดนสัตว์โลก จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้ วันสุข
ปีที่ 9 ฉบับที่ 2288 ประจำวัน ศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2008
***มนุษย์ก็ช่างสรรหารสชาติใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ เมืองไทยชาวเหนือเรา สักวันคงคิดกาแฟจากมูลช้างได้
ต่อไปคงคิดว่า ต้องมีกาแฟแปลกๆมาอีกแน่นอน ไม่แน่ต่ออาจจะเป็น กาแฟขี้มนุษย์เราเองก็ได้ แต่ใครจะกิน ? ***
edit @ 19 Jun 2008 19:52:08 by Dei
edit @ 19 Jun 2008 19:53:52 by Dei




-แนะนำเป็นเมจิ แบบเพิ่มมันเนยครับ สตาร์บัคส์ก็ใช้แบบนี้-































