เขาเจอเธอในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง
เธอดูโดดเด่นมากและมีคนมากมายรุมล้อมเธอ
ในขณะที่เขาดูเป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง
ไม่มีใครใส่ใจเขาเลย.....

และหลังงานเลี้ยงเลิก
เขาได้มีโอกาสชวนเธอไปทานกาแฟต่อ
เธอประหลาดใจมาก
แต่ท่าทีที่สุภาพของเขา ทำให้เธอตอบตกลง

พวกเขานั่งในร้านกาแฟดีๆแห่งหนึ่ง
เขาดูประหม่าจนพูดอะไรไม่ออก
เธอรู้สึกอึดอัดมาก จนคิดในใจว่า
ได้โปรดให้ฉันกลับบ้านเหอะ

แต่ทันใดนั้น.....เขาถามบ๋อยว่า ขอเกลือป่นได้ไหม
อยากเอามาใส่ในกาแฟ
ทุกคนในร้านหันมาจ้องเขาด้วยความประหลาดใจ
เขาอายจนต้องก้มหน้า
แต่ก็ยังเติมเกลือลงในกาแฟ และก็ดื่มมันเสียด้วย...???

ทำให้เธอต้องถามเขาอย่างอดไม่ได้ว่า ทำไมชอบกาแฟรสชาติแบบนี้
เขาตอบว่า เมื่อเขายังเด็กบ้านเกิดเขาอยู่ริมทะเล
เขาเป็นลูกน้ำเค็มเล่นกับทะเลทุกวัน เคยชินกับรสเค็มของเกลือ
เหมือนกับรสชาติของกาแฟเค็ม
เพราะฉะนั้นเมื่อทุกครั้งที่เขาได้ลิ้มรสกาแฟเค็มๆเขาก็จะคิดถึงวัยเด็ก
คิดถึงบ้านเกิด เขาคิดถึงพ่อแม่ทียังอยู่ที่นั่น

เขาเล่าไปก็น้ำตาไหลอาบแก้ม
เธอรู้สึกสงสารเขาจับใจ
นั่นเป็นความในใจลึกๆของเขา
ผู้ชายคนไหนที่กล้าบอกว่าเขาคิดถึงบ้าน
แสดงว่าเขาต้องรักครอบครัวอย่างมาก
และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ดังนั้นเธอก็เริ่มประทับใจในตัวเขา เริ่มชวนเขาคุย
เล่าถึงบ้านเกิดของเธอบ้าง ชีวิตในวัยเด็ก ครอบครัวของเธอ
เธอกับเขาคุยกันถูกคอมากขึ้นเรื่อยๆ
และจากการเริ่มต้นที่ดี ทำให้เขากับเธอคืบหน้าความสัมพันธ์ต่อไป

จนในที่สุด เธอก็ค้นพบว่า เขาคือผู้ชายแบบที่เธอต้องการอย่างแท้จริง
เขาใจกว้าง อ่อนโยน อบอุ่น และดูแลเป็นอย่างดี เขาเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ
แต่เธอเกือบจะมองข้ามเขาไป!
ต้องขอบคุณกาแฟแก้วนั้น.......

และชีวิตรักที่สวยงามเช่นนี้ ก็เหมือนดังเรื่องทั่วไป
เมื่อเธอตกลงใจแต่งงานกับเขา และก็มีความสุขมาโดยตลอด....
โดยทุกๆครั้งที่เธอชงกาแฟให้กับเขา
เธอต้องใส่เกลือลงไปในกาแฟให้ทุกครั้งไป
เธอรู้ว่านี่เป็นกาแฟที่เขาชอบมากที่สุด

หลังจากนั้นอีกสี่สิบปีเขาก็จากเธอไป.......
ทิ้งจดหมายไว้ให้เธอฉบับหนึ่งข้างในมีใจความว่า

ที่รัก อภัยให้ผมด้วย
ที่ต้องโกหกคุณชั่วชีวิต
มีเรื่องเดียวเท่านั้นที่ผมโกหกคุณ เรื่องกาแฟเค็มนั่น
จำวันแรกที่เรามีนัดกันได้ไหม ผมประหม่ามากในตอนนั้น
จริงๆแล้วผมต้องการน้ำตาล แต่ผมพูดผิดเป็นขอเกลือ
ซึ่งมันยากที่จะกลับคำในตอนนั้น ผมจึงต้องปล่อยมันไป
ซึ่งผมไม่คิดว่า นั่นจะทำให้เราได้เริ่มต้นการพูดคุยกัน
ผมพยายามที่จะสารภาพกับคุณหลายต่อหลายครั้ง
แต่ผมก็ไม่กล้าที่จะสารภาพออกไป
ทำให้ผมสัญญากับตัวเองว่า จะไม่โกหกอะไรคุณอีกแม้แต่ครั้งเดียว ตอนนี้ผมจากไปแล้ว ผมไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอีก
ดังนั้นจึงเล่าความจริงในจดหมายฉบับนี้

แท้จริงแล้วผมไม่ได้ชอบทานกาแฟรสเค็มเลยแม้แต่น้อย
มันรสชาติค่อนข้างแย่ทีเดียว
แต่ว่าผมทานมันตลอดทั้งชีวิตตั้งแต่ได้รู้จักคุณ
ผมไม่เคยนึกเสียใจในสิ่งที่ทำเพื่อคุณเลย
การได้พบคุณเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดชีวิตของผม
ถ้าผมได้มีโอกาสมีชีวิตอีกครั้ง ผมก็ยังอยากจะได้พบคุณ
และมีคุณเป็นภรรยาผมอีกครั้งเช่นกัน
แม้ว่าผมจะต้องดื่มกาแฟรสเค็มอีกตลอดชีวิตก็ตาม!

น้ำตาของเธอหยดใส่กระดาษจดหมายจนเปียกชุ่ม
และหลังจากนั้น หากมีใครถามเธอ
กาแฟรสเติมเกลือรสชาติเป็นเช่นไร

เธอก็จะตอบเสมอว่า ...."มันหวาน"

 

ที่มา
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=nung-ning&month=04-05-2009&group=3&gblog=1

ขอบคุณครับ

จริงๆแล้วมีคนกินกาแฟใส่เกลือด้วยนะครับ
ผมเคยเจอลูกค้าที่ร้านมาสั่งอเมริกาโน่
แล้วขอเกลือใส่ลงไปนิดหน่อย
เค้าบอกว่าช่วยแก้ไอดี กินแล้วชุ่มคอด้วย
แต่ผมไม่เคยลอง


รู้แต่สไปร์ทใส่เกลือแก้ท้องเสีย

ผมได้มีโอกาสไปฝึกงานที่ TCDC
และก็ได้ชมนิทรรศการหมุนเวียนของทางห้องสมุด
"นิทรรศการ กินไปเรื่อย : เจาะวิถีอร่อยริมทาง"

รายละเอียดโครงการครับ

กินไปเรื่อย: เจาะวิถีอร่อยริมทาง

(นิทรรศการหมุนเวียน)

เวลา 01 เมษายน - 07 มิถุนายน 2552 | 10:30-21:00
สถานที่ ห้องนิทรรศการ 2 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ

 

เชื่อหรือไม่ คนกรุงเทพฯ กินอาหารหาบเร่แผงลอย ในมูลค่าหมุนเวียนกว่า 150 ล้านบาทต่อวัน หรือ 54,750 ล้านบาทต่อปี

ความสรรจะกินและกินทั้งวัน ส่งผลให้เกิดนวัตกรรมชั้นยอดที่ปลอดรางวัลโนเบล แต่สามารถเลี้ยงปากท้อง ส่งลูกเรียนเมืองนอกจบมาแล้วหลายคน พิสูจน์ความ “เวิร์ก” ของบรรจุภัณฑ์ฉลาดใช้ที่ประยุกต์จากของใกล้ตัวเพื่อลดต้นทุน

ใครจะคิดว่านักประดิษฐ์ริมฟุตบาทจะสรรสร้างกลยุทธ์การตลาดเพิ่มยอดขายได้อย่างน่าอัศจรรย์ พบกับตำนานสู้แล้วรวยของธุรกิจดีลิเวอรี่ที่พัฒนาจากหาบเร่สมัยก่อนคุณทวด จนถึงเครือข่ายซาเล้งผลไม้

เปิดปริศนาการแสดงรถเข็นระเบิดครั้งแรกในเมืองไทย วิเคราะห์ความเป็นมาของครัวริมทางอันคุ้นเคย พร้อมเจาะลึกความต้องการของพ่อค้าแม่ขายและคนกรุงนักกินกว่า 1,600 คนกับเอแบคโพล เพื่อยกระดับวิถีอร่อยริมทาง

ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์
10.30 – 21.00 น. (ปิดวันจันทร์)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ TCDC โทร. 02 664 8448

_____________________________________________________

เป็นนิทรรศการที่น่าสนใจมาก ข้างในจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับวงการอาหาร
และบรรจุภัณฑ์แจ่มๆ เช่น
ใครเป็นคนคิด โคน ที่ใส่ไอศครีม
ใครเป้นคนคิด หลอดดูดน้ำขึ้นคนแรก

และก็มาดูความฉลาดของแม่ค้า ว่าเค้าคิดได้ยังไง
เช่น เขียงผลไม้ หั่นเสร็จเทใส่ถุงได้เลย หรือวิธีขายน้ำใส่ถุงแบบต่างๆ
แนะนำไปดูกันเลยครับ

เข้าเรื่อง

มาเข้าเรื่องซะทีโยงจากนิทรรศการ ร้านกาแฟ ก็มีนวตกรรมไอเดียงานประดิษฐ์เหมือนกัน

ได้ดูหนังเรื่อง Made of Honor กันมั้ยครับ


ประเด็นคือ พี่พระเอกเนี่ย รวยมาก รวยได้ด้วยการ
ออกแบบ ปลอกคอกาแฟ คือพี่แกชอบกินกาแฟมากกก
[ในหนังพี่แกสั่งกาแฟร้านสตาร์บัคส์ได้เทพมากกก]
แล้วเค้าก็พบปัญหาคือ แก้วกาแฟร้อนมาก

พี่แกเลยออกแบบกระดาษที่ใช้สวมครอบแก้วกาแฟ
แล้วพี่แกก็เอาไปขายร้านสตาร์บัคส์ เลยรวยไม่รู้เรื่อง
นึกดูในเรื่องเค้าได้เงิน 3 เซนต์ต่อการใช้ปลอกคอกาแฟหนึ่งอัน

______________________________________________________



มาพูดถึงปลอกคอกาแฟจริงๆจังๆกันหน่อย
ผมว่าปลอกคอกาแฟเนี่ย เป็นนวตกรรมการออกแบบอย่างหนึ่งเลยนะ
ประโยชน์ของมันเจ๋งจริงๆ
เท่าที่ผมประมวลมาได้นะ

- ไว้Mark cup บอกชื่อเครื่องดื่ม Option ต่างๆของแก้วนั้น
- ไว้สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ของตัวเอง
- ไว้แลกเบอร์โทร [พระเอกในเรื่องมันใช้]
- กันความร้อน จับถนัดมือมากขึ้น

ชื่อภาษาไทย ผมเรียกตามในหนังนะ ว่า ปลอกคอกาแฟ
แต่ภาษาอังกฤษคือ Coffee Sleeve

ในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่ สลีฟ เนี่ยทำจากกระดาษรีไซเคิลเกือบทั้งหมดนะ
เท่าที่ผมเห็น ทั้งสตาร์บัคส์ ทรูคอฟฟี่ คอฟฟี่เวิร์ล
ก็โอเคอยู่ ช่วยลดโลกร้อนได้

ทุกคนส่วนมากใช้เสร็จก็ทิ้งไป แต่ถ้าเกิดมีแบบกลับมาใช้ซ้ำได้ล่ะ
ก็จะช่วยลดขยะมากขึ้นอีกด้วย ผมเลยรวบรวม สลีฟเจ๋งๆ มาให้ดูกัน


อันนี้เป็นแบบเบสิก คือเป็นประดาษลูกฟูก รีไซเคิล
ก็พิมพ์ลายโลโก้ร้านตัวเอง




อันนี้ออกมาแนวกำไลข้อมือเลย แต่ทำมาจากไม้ซะงั้น-"-
คือใช้สวมใส่ข้อมือได้ เวลาจะกินกาแฟก้งัดออกมาใช้




อันนี้เจ๋งนะเป็นผ้า แกะออกได้ด้วยเป้นกระดุมเม็ดติด ซักได้กันร้อนด้วย




อันนี้เค้าว่าเป้นกรีนสลีฟ ทำมาจากผ้ากระสอบ มีหลายสีมาก




อันนี้ผมชอบมาก แฮนเมดเลยจากผ้านิตติ้ง สวยงามสุด ดูเป็นเอกลักษณ์



อันนี้มีขนนุ่มนิ่มด้วย สำหรับเมืองหนาวแน่ๆ



อันนี้ใช้บอกเครื่องดื่มในแก้วแน่นอน


 
อันนี้ชอบมากเลย ดีไซน์สวยดี


อันนี้ใช้เสร็จ นำมาใช้โหวตกันได้อีก เก็บความเห้นลูกค้าได้




อันสุดท้ายสำหรับเด็กอาร์ทเลย กราฟฟิกสุดๆ

__________________________________________________________

ทุกวันนี้ปลอกคอกาแฟก็แพร่หลายไปเรียบร้อยแล้ว
มีคนผลิตออกมามากมาย ตามแบบที่นำเสนอไป

ผมว่ามันช่วยเพิ่มอรรถรสให้กาแฟแก้วโปรดของตัวเองนะ
ดื่มกาแฟแล้วมีสีสัน รู้สึกเหมือนเป็นแก้วของตัวเอง
ดื่มกาแฟแล้วอบอุ่นอะไรแบบนี้

แล้วคุณมี ปลอกคอกาแฟประจำตัวแล้วหรือยัง ?

มาต่อกันเลย
กับความเชื่อเรื่องของแปลก ประหลาด และการขอหวย
คือตอนนี้จุดประสงค์ ที่เขียนไม่ได้อยากดูถูก หรือเหยียดหยามอะไรยังไง
อยากให้มองไปในแง่ความน่ารักของคนไทยละกัน

พฤติกรรมแบบนี้มีแค่ชาติเราชาติเดียวแหละภูมิใจกันหน่อย
ว่าแล้วก็ขอโยงไปที่หนังสือเล่มหนึ่งก่อนจะเข้าเรื่อง

เป็นหนังสือชื่อเรื่องว่า Very Thai เขียนโดย Philip Cornwel-Smith
พี่แกเป็นฝรั่งจ๋าเลยแหละ มาเขียนเรื่องราวน่ารัก ที่พี่แกคิดว่า



นี่แหละโคตรจะไทยแต๊ๆเลย
ตัวอย่างภายในเล่มน่าสนใจมาก เครื่องรางของขลัง
หรือทิชชู่สีชมพูมีแค่ประเทศไทยนะ เรื่องราวความงมงายเลข9
และที่สำคัญมีเรื่องพวกของแปลกประหลาด ขอหวย โชคลางด้วย
ตามไปอ่านกันได้ที่แผงหนังสือ ร้านคิโน หรือห้องสมุดทั่วไปก้น่าจะมีนะ
http://www.verythai.com/

ต่อกันเลย

1. แก้วสารพัดนึก โอล่ะพ่อ!! ชะ เอิง เอย

ไม่น่าเชื่อเนอะ ข่าวเก่านี้ครึกโครมเป็นประเด็น ฮา อับ อายขาย หน้าทั่วประชาชี
ลามไปยัง ผู้เชี่ยวชาญ จะส่งไปตรวจนาซา บ้าบอ อะไรมากมาย




แถมมีการลุกลาม ข่าวก็เสนอไม่หยุด โผล่ที่นู่น ที่นี่

นอกจากนี้ เชื่อจริงๆว่า คนเรามันเพ้อเจ้อได้ถึงขนาดนี้ ตั้งแต่
[ปากคำชาวบ้านในแต่ละพื้นที่]

"ฮือฮาตัวประหลาดตกจากฟากฟ้าขณะพายุฝนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง เรืองแสงคล้ายผีพุ่งไต้หล่นตุ๊บ ลงข้าง บ้าน ตื่นเช้ามาพบเคลื่อนที่จากจุดที่ตกมาอยู่หน้า บันไดบ้าน ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตลักษณะคล้ายหนอน ขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ สีขาวขุ่นมีแกนคล้ายน้ำแข็งอยู่ภายใน สุดประหลาดพอจับจะหดตัว แต่พอใส่ในขวดโหลตัวจะพองใหญ่ขึ้น เจ้าของเชื่อให้โชคลาภจุดธูปบูชา ขณะที่ชาวบ้านแห่ดูพูดเป็นเสียงเดียวกันเกิดมาเพิ่งจะเคยเห็น"

บ้างก็ว่าเป็น

"เชื่อตัวอ่อนหรือไข่ของ!นอกโลกเล็ดลอดเข้ามา บ้างว่าเป็นสัญญาณเตือนอะไรบางอย่าง "



โหยมันมีชื่อด้วยเว้ยเฮ้ย แถมพระยังมาสวดให้อีก

"ตัวประหลาดคล้ายวุ้นที่หล่นจากฟ้าในบ้าน เจ้าของบ้านเชื่อเป็นสิ่งวิเศษฟ้าประทานให้ช่วยรักษามะเร็งร้าย ตั้งชื่อ แก้วสารพัดนึก มั่นใจมีชีวิต เพราะยืดได้หดได้ นิมนต์พระทำบุญเพื่อสิริมงคล เผยเป็นข่าวมีคนขอซื้อราคาแพงลิ่วไม่ยอมขายเด็ดขาด"


โอ้ว ปรากฎการดราก้อนเจล ถ้ามีครบ 7 อัน จะเกิดความรุ่งเรือง โอ้ว~~~

"มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัดบอกว่า วัตถุลึกลับที่ได้มาเป็นของศักดิ์สิทธิ์ อย่าขายให้ใครเป็นอันขาด โดยระบุด้วยว่า หากใครมีในครอบครอง 7 อัน จะทำให้เจริญรุ่งเรือง สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ "

โอ้วมันบอบช้ำได้ด้วย

"นางกฤษณาเปิดเผยด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าว่า หลังนำเจ้า "เเก้วสารพัดนึก" ไปออกอากาศ ในรายการบ้านเลขที่ 5 ปรากฏว่าเจ้าตัวประหลาดเกิดอาการบอบช้ำอย่างหนัก เนื่องจากกระทบกระเทือนระหว่างเดินทาง รวมทั้งต้องเจอกับความร้อนของแสงสปอตไลต์ที่ส่อง ทำให้เนื้อเยื่อบางส่วนหลุดลุ่ยขาดออกมา แต่ไม่เหม็นและไม่เน่าไม่เปื่อย มีลักษณะใสอยู่ตลอดเวลา ตนได้กำชับห้ามใครเคลื่อนย้ายหรือสัมผัสเเล้ว "

ที่สำคัญ มันไม่ได้มาแค่ 1 มันยังพาเพื่อนมาอีกเพียบ
ราวกับอุปทานหมู่

"เช้าวันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม มีข่าวเพิ่มเติมออกมาว่า พบวัตถุประหลาดคล้ายกันอีกที่ย่านรามคำแหงในกรุงเทพฯ
ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม ก็มีข่าวว่าพบวัตถุคล้ายคลึงกันนี้อีกที่ เขตประเวศ และเขตจอมทองในกรุงเทพฯ และที่อำเภอเมือง จังหวัด ขอนแก่น เป็นการพบหลังจากที่ฝนตกหนักในคืนก่อนนั้น "

มันกลายเป็น เครื่องเตือนให้คนทำดี

"เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งประหลาดเกิดในชุมชนตนเองมองว่า อาจจะเป็นสิ่งว่าจะมีภัยภิบัติเกิดขึ้นในภายหน้าเตือนให้มนุษย์ระวังถึงภัยของปรากฏการณ์ของธรรมชาติที่เกิดขึ้น ตนเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน าอจจะเป็นสิ่งเตือนภัยให้คนได้ทำความดีกัน"



ที่หนักกว่าคือ
เมื่อความมจริงเปิดเผย ยังมีชาวบ้านปิดหูปิดตา เชื่อในสิ่งที่เฮ็ดอยู่ และเฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ

"ชาวบ้านไม่สนวัตถุประหลาดจะเป็นเจลลดไข้เด็ก ยังคงแห่กันไปดูหนอนวุ้นที่จังหวัดอุทัยฯ กันเพียบ เจ้าของบ้านเชื่อเป็นของศักดิ์สิทธิ์ แถมนำเศษเนื้อเยื่อที่หลุดลุ่ยมาคลุกข้าวกินเฉยไม่สนใครจะว่าอย่างไรทั้ง ๆ ที่กระทรวงวิทย์ฯ-อย.- สธ. ออกมาเเถลงไขปริศนาระบุความจริงไปเเล้ว"

สรุป มันคือแค่ เจลลดไข้ พองน้ำ ไม่น่าเชื่อว่ามันจะลาม ทำให้ขายหน้ากันทั้งประเทศได้ขนาดนี้
ดีที่ชาวต่างชาติไม่ตีแผ่ข่าวนี้ด้วย งั้นม้วนต้วนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน


____________________________________________________________

2.มันมากับวันออกพรรษา

พอถึงช่วงออกพรรษาข่าว เรื่องราวพญานาคจะออกมาโลดแล่นบนหน้าหนังสือพิมพ์ทุกปี
ทำให้ชาวบ้าน แตก ตื่น ตะลึง อึ้ง ทึ่ง ฮือ ฮา งึนงัน งุงิ


มาดูกันมันมีตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ

เริ่มกันที่ ฮือฮากิ่งต้นปาล์ม เป็นหัวพญานาค

"ที่บริเวณทางเข้าโรงเรียนด้านทิศเหนือ หน้าอาคารชั้นป.2 มีต้นปาล์มกำลังงามปลูกเรียงราย พบชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาพากันจุดธูปเทียนและใช้มือลูบคลำเพื่อหาเลขเด็ด ที่ต้นปาล์มต้นหนึ่งสูงขนาด 3 เมตร ที่บริเวณโคนต้นพบมีการนำผ้าหลากสีมาผูกมัดไว้ มีม้านั่งหินอ่อนมาวางไว้ พร้อมกับจัดธูปเทียน กล้วยน้ำว้า น้ำหวานสีแดง ใส่แก้ววางบูชา กลิ่นควันเทียน ธูปคลุ้งกระจาย"



ตื่นดินระเบิดกลางทุ่ง เชื่อ พญานาค แสดงอภิหาร [มาไหว้รูกันเถอะ]


"ชาวโพนพิสัยแตกตื่นเกิดปรากฏการณ์ดินระเบิด เป็นรูน้ำกลางทุ่งนาหลังฝนตกหนักเคยเกิดเมื่อ 5 ปีก่อนบนพื้นที่นาทุ่งเดียวกัน ชาวบ้านเชื่อเป็นพญานาคผู้พี่กับผู้น้องมาแสดงอภินิหาร

โดยชาวบ้านเชื่อว่าพญานาคตนนี้เป็นชายชื่อว่า ท้าวเจ็ดสี บ่อน้ำที่พบเมื่อ 5 ปีก่อน เป็นพญานาคของพี่สาวของท้าวเจ็ดสี ชื่อว่า แม่นาคีแดง ปัจจุบันแม่นาคีแดงไม่ได้อยู่ภายในบ่อน้ำแล้ว แต่ส่งท้าวเจ็ดสีมาแทน โดยท้าวเจ็ดสี ขอให้ชาวบ้านจัดนางรำ ไม่ต่ำกว่า 7 คน สวมชุดนางรำสีเขียวมาร่ายรำบวงสรวงก่อนวันสงกรานต์"


ชาวบ้านตื่นรากจามจุรีคล้ายพญานาคแห่ตีหวย

"ภาวะหมดที่พึ่งพาชาวบ้านมองรากไม้ต้นจามจุรียักษ์ที่โผล่ลอยบนดินกลายเป็นพญานาคต่างพากันแห่บนบานขอหวยหวังรวยให้พ้นยุคเศรษฐกิจถดถอย"

ตื่น! ยอดมะพร้าว คล้ายพญานาค

  " ชาวบ้าน ต.มหาสอน อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี แตกตื่น! หลังพบยอดต้นมะพร้าวมีรูปร่างคล้ายพญานาค โผล่ในสวนหมู่ 4 ต.มหาสอน เจ้าของเชื่อเป็นสิ่งนำโชค เพราะทำให้ถูกหวยกระเป๋าตุง ชาวบ้านทราบข่าวเลยแห่กันมากราบไหว้ไม่ขาดสาย ."

 

แตกตื่นรอยพญานาค [ข่าวนี้เจอบ่อยมากสุด และแปลกทำไมมันต้องเป้นที่โรงรถ และบนกระโปรงรถ]

"และร่ำลือกันว่าเป็นรอยของพญานาค อยู่ที่วัดจันทร์ประสิทธิ์ บ้านสร้างเสี่ยน จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบร่องรอยคล้ายสัตว์เลื้อยคลาน เลื้อยผ่านพื้นคอนกรีตที่มีดินโคลนจากน้ำท่วมขัง ขนาดกว้าง 2 นิ้ว ยาว 2 เมตร และมีรอยขนาดเล็กปะปนด้วย ชาวบ้านที่มาดูต่างพากันจุดธูปเทียนบูชา และพากันร่ำลือว่าเป็นรอยพญานาค 3 ตัว ชื่อ นาคี และนาคา พญานาคตัวผู้ตัวเมีย และมีลูกด้วยอีก 1 ตัว "

สรุป
เรื่องรอยพญานาค ดูยังไงก็รอยงูครับ ชัวร์ แต่งูไรนั้นไม่ทราบ
หรือถ้าพญานาคมีจริง ทำไมไม่เห้นมีใครเจอจริงๆจังๆซะทีล่ะ
ที่แปลกคือ เจอในดรงรถ และฝากระโปรงรถ ผมคิดว่า คงเป็นหน้าหนาว
งูต้องการที่อบอุ่น และประโปรงรถที่เพิ่งขับมาคงอุ่นน่าดู รวมถึงโรงรถกันลมได้ดีไรงี้

พวกพืช อะไรต่างๆ เป็นแค่ความบังเอิญอ่ะ ดลกนี้มีความบังเอิญตั้งเยอะที่ธรรมชาติสร้างมา
ทั้งแบบตั้งใจ และไม่ตั้งใจ ในรูปคงแบบไม่ตั้งใจหรอก
ส่วนที่ตั้งใจ ก็เคยดูสารคดี เรื่องแมงมุมหน้ายิ้มฮาวาย เออมันเหมือนเนอะธรรมชาติสร้างมาก็ไม่เห็นแปลก

 

____________________________________________

3. ไข่ยักษ์ เมียงู

เรื่องนี้ไม่ต้องมีคำบรรยาย จะไข่สัตว์อะไรก็ช่าง
ยังเอามันมาขึ้นหิ้งไหว้ได้ จบ



ล่าสุดเห็นมีเอาไปสแกนดูแล้ว เจอเส้นๆ คงเป็นไข่งูเหลือแหละครับพี่น้อง

เมียงูนี่ผมก็ฮา ตอนไปออกตีสิบ มีหึงหวง กันด้วย สวีทจริงๆ
ก็เอาเถอะคนเค้าเชื่อนิ

"ตั้งแต่เป็นข่าวครึกโครมมีชาวบ้านเดินทางจากทั่วสารทิศเข้ามาชมตนกับงูเหลือมสาว ล่าสุดถูกกัดที่นิ้วกลางด้านซ้าย เนื่องจากมีผู้หญิงสาวมายืนพูดคุยหรือยืนใกล้ เชื่อว่าเมียคงหึง นอกจากนี้หากมีคนนำไม้มาแหย่งู ก็จะฉกตนทันทีเช่นกันเข้าใจว่างูเหลือมคงเจ็บและคล้ายกับว่ารำคาญไม่อยากให้ใครมาอยู่ด้วย หากวันไหนที่งูมีความสุขจะทำท่าชูคอขึ้นสูง ทั้งนี้สาเหตุที่แต่งงานกับงูเหลือมเพราะมีความเชื่อว่าเป็นเนื้อคู่กันตั้งแต่ชาติปางก่อน และโดยส่วนตัวแล้วชอบดูดวงอีกด้วย"

_______________________________________________________________________

ปิดท้ายด้วยของแหวะ
บรรยายสั้นๆ

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แพร่โอละพ่อพบเป็นน้ำท่อส้วมเก่าคนหลงตักกินอาเจียนเป็นแถว
ชาวบ้านเจอน้ำ ผุดขึ้นมาหลังบ้าน คิดว่าเป็นน้ำศํกดิ์สิทธิ์ จ้วงกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
ท้ายสุด สืบไปสืบมา เป็นน้ำส้วม

น้ำส้วมแสดงปาฏิหารย์ด้วย
"โดยชาวบ้านต่างรุมล้อมเพื่อขอตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปบ้านในขณะที่น้ำใต้ดินก็ผุดขึ้นมาตลอดเวลา ชาวบ้านที่นั่งรอน้ำผิดขึ้นมามีทั้งน้ำและฟองอากาศ เมื่อชาวบ้านร้องขอให้แสดงปฏิหารณ์ให้ผุดฟองอากาศ บ่อน้ำขนาดเล็กก็สำแดงให้เห็นทันที"

สุดท้ายอยากถามเจ๊
น้ำส้วมอร่อยมั้ย?

_______________________________________________________

ปล. ของแปลกต่างประเทศก็มี ถ้าใครเคยดูปรากฏการ เทวรูปกินนม ของทางแขกเค้า 
ทางเรื่องจริงผ่านจอ อันนั้นก็ฮือฮาเหมือนกัน
แต่ผมไม่รู้บทสรุปจริงๆมันเกิดขึ้นจากอะไร ใครรุ้ช่วยบอกที

โอ้วมีผู้รู้มาช่วยตอบแล้ว คุณ Zirius Sandorius
ได้บทสรุปว่า เรื่องเทวรูปกินนม
จำได้ว่าเกิดจาก หินแก้วหนุมาน ที่ใช้ทำเทวรูป
มีความพรุนสูงมากพอจะดูดของเหลวเข้าไปได้น่ะครับ

edit @ 18 May 2009 23:38:50 by Dei