ก่อนจะเริ่มบทความ ผมปลื้มมาก บลอกกาแฟน่อยของผม
ติดเป็น HOT Posts ทั้งที่เพิ่งเขียนมาไม่เท่าไหร่เอง
ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่าน มาคอมเม้นมากๆฮะ



____________

พูดถึงกาแฟ
หลายคนคงนึกถึงแบรนด์ดัง อย่างสตาร์บัคส์มาเป็นอันดับแรก
หลายคงคนไม่เคยคิดจะย่างกรายเข้าไปกินกาแฟ
แก้วละ 100 กว่าบาท ยิ่งในเศรษฐกิจยุคนี้ด้วย


วันนี้ผมจะมาเสนออีกแง่มุมของเงือกเขียวใจดีรายนี้
ที่ขายอะไรมากกว่ากาแฟแก้วเดียว


-ที่มาของโลโก้  คือนางเงือกสองหาง นามว่า "ไซเรน"
โดยเชื่อว่า ไซเรนจะร้องเพลง ทำให้นักเดินเรือหลงในตัวนาง
เปรียบเหมือน กลิ่นของกาแฟที่ดึงดูดผู้สัญจรไปมาให้เข้ามาลิ้มลอง
-



สำหรับประวัติความเป็นมาของสตาร์บัคส์
ผู้ที่สนใจความเป็นมา ว่าสตาร์บัคส์มาถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร
ผมขอแนะนำหนังสือ
"รินหัวใจใส่ธุรกิจ Pour Your Heart Into It" [มีเวอร์ชั่นภาษาไทย]
เขียนโดย คุณฮาวาร์ด ซูลฟ์



จากข้อมูลการสำรวจของ นิตยสาร Positioning ฉบับเดือน พฤษภาคม 51 พบว่า


สตาร์บัคส์
Positioning Third Place
Market Strategy Human Connection
Product เหตุผล 3 ข้อแรกที่ลูกค้าเข้าร้าน
-รสชาติกาแฟ
-พนักงาน
-บรรยากาศ Third Place Wi-Fi Internet

People
การเทรนพนักงาน : 3 สัปดาห์-ทดลองงานที่สาขา
ผลตอบแทนพนักงาน (รายชั่วโมง) : 43 บาท
การสร้างรอยัลตี้ให้พนักงาน : ทดสอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ เป็น Coffee Master-Brand Ambassador
Place
จำนวนสาขาที่มีปัจจุบัน : 115 สาขา
แผนการขยายสาขาในปี 2008 : เดือนละ 2 สาขา
เฟอร์นิเจอร์ : เกือบทั้งหมดจากต่างประเทศ ตั้งแต่โต๊ะ เก้าอี้ จนถึงกระดาษทิสชู
Price
ตัวอย่างเมนูถูกสุด : Coffee of the day (Now Brewing) 55 บาท
ตัวอย่างเมนูแพงสุด : Chocolate Cream Chip Frappe-175 บาท
ราคาอินเทอร์เน็ต : Wi-Fi ชั่วโมงละ 150 บาท

 

จะพบว่า รสชาติกาแฟเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของความสำเร็จ
แต่ความสำเร็จที่แท้จริงของสตาร์บัคส์อยู่ที่ตัว
พาร์ทเนอร์ [สตาร์บัคส์ใช้เรียกพนักงาน]
ทำให้สตาร์บัคส์ให้ความใส่ใจกับพนักงานมากๆ
[สังเกตค่าตอบแทนที่สูงกว่าที่อื่นๆ]


-เหล่าบาริสต้า ต้องผ่านการฝึกฝน 3สัปดาห์ ก่อนที่จะมาสร้างประสบการณ์สตาร์บัคส์ให้ลูกค้าได้-



สิ่งที่สตาร์บัคส์ ขายลูกค้า เรียกว่า ประสบการณ์สตาร์บัคส์
ประสบการณ์นี้เอง ทำให้ขาจร กลายเป็นลูกค้าประจำ
ความประทับใจของลูกค้าที่มีต่อสตาร์บัคส์
ทำให้พวกเขาเหล่านั้นกลับมาใช้บริการอีกครั้ง

จากหนังสือ ความสำเร็จของสตาร์บัคส์
ได้เล่าเรื่องของ ลูกค้าที่ประทับใจ ต่อตัวพาร์ทเนอร์
และบาริสต้าในร้านสตาร์บัคส์ไว้มากมาย


จะขอยกตัวอย่างมาไม่กี่เรื่องละกัน ที่ผมประทับใจ
เรื่องนี้เกิดที่เมืองไทยด้วย

ณ สาขาสยาม
ขณะที่ร้านกำลังยุ่งลูกค้าพีคสุดๆ
มีเด็กชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน
เพื่อขอยืมโทรศัพท์บอกคุณแม่ให้มารับ
พนักงานสังเกตว่าหัวน้องเขาแตกเลือดไหล
เลยทำการปฐมพยาบาลให้ ท่ามกลางลูกค้าที่กำลังรอคิวอยู่
แล้วพาน้องไปนั่งลงเอาเครื่องดื่มมาให้นั่งรอคุณแม่
อยู่เป็นเพื่อนน้องคุย
เมื่อคุณแม่มาถึง ก็ต้องประทับใจ
เพราะพนักงานได้ปฐมพยาบาลน้อง ดูแลน้องอย่างดี ทั้งที่ธุระไม่ใช่
คุณแม่ปลื้ม
หลายวันต่อมาคุณแม่เอาของมาขอบคุณพนักงานแล้วพาพาร์ทเนอร์ไปเลี้ยงข้าว


อีกเรื่องเป็นเรื่องน้ำเน่านิดนึง
มีคู่ตายาย ชอบมานั่งกินกาแฟที่ร้าน โดยสั่งลาเต้ และขนมมัฟฟิ่นหนึ่งก้อน
แต่ขอจานและส้อมอย่างละสองอัน
ทั้งสองก็แบ่งกันกินจนหมดและออกไปจากร้าน
ทุกวันดำเนินไปอย่างนี้
อยู่มาวันนึงตายายไม่ได้มาที่ร้านหลายวันแล้ว
ทำให้คนในร้านรู้สึกเป็นห่วง
มาวันหนึ่งผู้จัดการร้านไปเจอยายข้างนอกจึงถามว่าเกิดไรขึ้น
ยายบอกว่า สามีแกตายแล้วเลยมัวยุ่งกับงานศพอยู่
ผู้จัดการเลยชวนยายไปที่ร้าน
เมื่อยายมายืนหน้าเคาเตอร์ก็ไม่รู้จะสั่งไรดี เพราะกลัวกินคนเดียวไม่หมด
ผู้จัดการเลยพายายไปนั่งแล้วบอกว่าเด๋วจัดการให้
ผู้จัดการกลับมาพร้อมเลี้ยงลาเต้ และขนมมัฟฟิ่นเหมือนที่ยายเคยกินกับตาเมื่อก่อน
ผู้จัดการนั่งลงตรงหน้ายายและบอกว่า เดี๋ยวฉันจะช่วยกินและคุยเป็นเพื่อนคุณเองค่ะ
ทำให้ยายซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก

**ยังมีประสบการณ์สตาร์บัคส์ น่ารักๆอีกมากมาย
คุณสามารถหาอ่านได้ที่ นิตยสาร ผุ้จัดการฉบับตุลา 50
และหนังสือ สตาร์บัคส์ พลังแห่งความสำเร็จ
__________________________________________
สิ่งที่ทำให้ลูกค้าที่ลองแวะส