จากกระแส Coffee Prince ที่มาฉายในบ้านเรา
ผมว่าหลายคนดูแล้วเคลิบเคลิ้ม หลงไหลในอาชีพของคงู่พระนางเลยทีเดียว

ด้วยประสบการณ์ที่ผมทำอาชีพนี้มาเกือบปีแล้ว [ถึงไม่ใช่งานประจำก็เหอะ]
ก็จะมาบอกเล่าถึงการทำงานอาชีพนี้
ว่ามันไม่ได้ดีเลิศ อย่างที่หลายคนฝันไว้แน่นอนครับ

โดยผมจะบอกถึงคุณสมบัติสำหรับคนที่อยากเป็นบาริสต้าเป็นข้อๆละกัน
[ในแต่ละข้อจะมีเกร็ดกาแฟแทรกอยู่ด้วยละกัน]


___________________________________________

ข้อที่ 1 เป็นบาริสต้าต้องอดทน
ข้อนี้สำคัญมากครับ ผมเห็นหลายคนและ เข้ามาลองในวิชาชีพบริการนี้ พอทำได้วันสองวัน
เห็นงานหนัก ไม่สู้งานและ ลาออกไปมากมาย เสียเวลาครับ สำหรับคนใจไม่สู้

บาริสต้าเป็นงานบริการครับ หลายคนคิดว่าแค่ชงกาแฟอย่างเดียว ผิดเลยครับ
เราต้องทำทุกอย่าง ตั้งแต่ทำความสะอาดบาร์ เช็ด ถู ขัด เช็คสต็อกของ
ล้างแก้ว และแน่นอนต้องตักถังไขเองด้วย[ไม่ขอเล่าว่าเป็นยังไง เดี่ยวจะทำลายความฝันหนุ่มสาว
แต่ถ้าใครทำธุรกิจร้านอาหารคงตราตรึงกับภาพนั้นดี]

แค่นี้ยังไม่โหดครับ คุณต้องมาเปิดร้าน เตรียมของทุกอย่างอย่างเช้าตรู่ ตี 5 ครับ
ท่องไว้นะร้านกาแฟคู่กับยามเช้า และปิดร้านดึกครับ เที่ยงคืน จะมาอ้างนู่นอ้างนี่
ไม่อยากตื่นเช้า กลับบ้านดึก น้อยที่จะรับคุณแน่ๆ

ขาต้องแข็ง บาริสต้ายืนทั้งวันครับพี่น้อง อยู่หลังบาร์ หรือออกไปเดินเสริฟ
ได้นั่งแค่อย่างน้อยช่วงเบรก ตอนแรกๆจะปวดขา แต่เดี๋ยวก็ชินครับ

__________________________________________________

ข้อที่ 2 เป็นคนชงกาแฟ ต้องกินกาแฟเป็นสิครับ
ข้อนี้นับว่าเป็นพื้นฐานเลย ที่จริงบางคนไม่กินกาแฟมันก็ทำอาชีพนี้ได้
แต่... จริงๆแล้วเมื่อเรายังไม่ชิมรสมือตัวเอง แล้วจะไปทำให้คนอื่นกินทำไมล่ะครับ

ที่ต้องกินกาแฟเป็นเพราะ เราต้องชิม Shot Espresso ในแต่ละช่วงเวลา
หรือเป้นการเช็คคุณภาพชอตที่เราเสริฟลูกค้า เพราะกาแฟเป็นเครื่องดื่มที่เรื่องมากที่สุด
ปัจจัยภายนอกทั้งหลายล้วนแต่ส่งผลต่อกาแฟ [ทำไมมันอ่อนแอจัง-"-] ทั้งความชื้น
แสง อุณหภูมิ แรงดัน เครื่องชง เครื่องบด เราต้องเช็คกันบ่อยๆ เพราะมีผลต่อรสชาติกาแฟ

คือชิมกันเมาคาเฟอีนกันเลยทีเดียว ความรู้เรื่องกาแฟก็สำคัญครับในวงการนี้

นอกจากนี้ยังมีเรื่องกาแฟแต่ละสายพันธุ์ ที่เรียกว่า Single Origin ซึ่งจะให้รสชาติ กลิ่นที่แตกต่างกัน
เราต้องเป็นผู้ชิม เพื่อให้ข้อมูลลูกค้าได้ กาแฟมันมีรสล้ำลึกมาก
เวลาที่อ่านใบปลิวสตาร์บัคส์ ที่โม้ๆว่า มีกลิ่นวอนัทเคล้ากลิ่นอายไม้ธรรมชาติ สดชื่นด้วยผลแอปพลิคอท
เข้มข้นด้วยกลิ่นหอมคาราเมล มันเป็นเรื่องจริงครับ!! คนธรรมดาจะชิมไม่ค่อยรู้ถึงรสชาติซ้ำซ้อนเหล่านั้น

แต่ถ้าบาริสต้าที่ต้องกินกาแฟทุกวันจะรับรู้ได้ครับ [ที่ร้านผมทุกคนต้องมาชิมกาแฟดำชงSingle Origin ทุกเช้าก่อนเข้างานเพื่อฝึกทักษะของตนเอง จนทุกวันนี้กินกาแฟดำอร่อยมากกก] 
 การชงกาแฟแบบ drip เพื่อลิ้มรส Single Origin แท้ๆ

_____________________________________________________

ข้อที่ 3 บาริสต้าต้องกระชับกระเฉง ทำงานรวดเร็ว
ถ้าใครๆคิดว่ากาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ต้องละเมียดละไม ค่อยๆชงด้วยใจ แล้วละก็ คิดผิดครับ
มีส่วนจริงนิดหน่อย คือการชงแบบ Drip หรือชงแบบหยอด ให้น้ำไหลผ่านผงกาแฟ
แบบในคอฟฟี่พริ้นซ์ที่อึนชานชงให้พระเอกชิมนั่นแหละครับ

แต่เครื่องดื่มส่วนใหญ่มีส่วนผสมมาจาก espresso ซึ่งนี่แหละคือปัญหา เราต้องชงเร็ว
เอสเฟรสโซที่อร่อยจะมีอายุแค่ 10 วินาทีหลังจากหยดสุดท้ายไหลออกจากเครื่อง
หลังจากนั้นชอตจะตายครับเอาไปชงอะไรก็ไม่อร่อย ขืนเราโอ้เอ้ค่อยๆชง กาแฟไม่อร่อยแล้วครับ


ตัวนี้ภาพของ Perfect shot ในหนึ่งแก้วจะประกอบไปด้วย ชั้นกาแฟ 3 ชั้นอย่างเห็นได้ชัด
ชั้นแรก เป็นเครม่าสีทอง เป็นฟองครีมสีทองที่ลอยอยู่บนแก้ว
ชั้นสอง เป็นบอดี้ หรือส่วนตัวน้ำกาแฟจะสีน้ำตาล
ชั้นสาม เป็นฮาร์ท หัวใจของแก้วมีสำเข้มสุดอยู่ด้านล่าง


ส่วนชอตที่ตายแล้ว จะเลหือแค่น้ำดำๆเท่านั้นครับ เราจะไม่เสริฟลูกค้าครับ

หนึ่งในคะแนนที่ใช้ประกวด WBC บาริสต้า คือลีลานะครับ มาจากความกระฉับกระเฉงนี้แหละ
นึกภาพคุณไปทานกาแฟแล้วพนักงานเนิบๆ ร้านกาแฟคงกร่อยน่าดู แต่บาริสต้าที่มีชีวิตชีวา
จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับร้านนะครับ

__________________________________________________

ข้อที่4 บาริสต้าต้องบริหารเวลา มีไหวพริบ

ในกรณีที่ลูกค้าเยอะๆแล้วเราต้องชงกาแฟเร็วแล้ว เราต้องรู้จักบริหารบาร์ให้เป็นระบบ
เครื่องดื่มแก้วไหนมาก่อน แก้วไหนควรทำอะไรก่อน

เพราะเวลาที่ใช้สตรีมนมให้ร้อนใช้เวลา 20 วินาที
เวลระหว่างรอชอตเสร็จ 20 วินาที เราจะต้องหันไปเตรียมอย่าอื่น
อย่ายืนเฉยๆ บริหารแก้วที่จะต้องออกเสริฟตามลำดับให้ดี และใช้กาแฟอย่างคุ้มค่าที่สุด

บริหารแก้วยังไง เช่น
มีเครื่องดื่มมาตามลำดับดังนี้
คาปูเล็ก
ลาเต้ใหญ่
ลาเต้เล็ก

ตามหลักควรทำตคามลำดับ แต่เราสตรีมนมด้วยพิชเชอร์ใหญ่เลย แล้วทำชอตเพื่อใส่ให้สองแก้วเล็กก่อน
แล้วจึงทำอีกสองชอตให้แก้วใหญ่ เพราะถ้าทำทีละแก้ว เราต้องทิ้งชอตที่เหลือไป ประมาณนี้


กาแฟมีศัพท์เฉพาะมากมาย ต้องมีไวหพริบนิดนึง
เช่น decaf, lowfat, skim, light, extra, single, double, triple, wip, dry, wet, มากมายครับ
บางครั้งในหนึ่งแก้วมีคำสั่งเต็มไปหมด เราจะทำตามที่ลูกค้าต้องการได้หรือไม่ มันท้าทายความสามารถครับ

___________________________________________

ข้อที่ 5 บาริสต้า เสื้อผ้า หน้าผม ดูดี สะอาดครับ
เอ่อถ้าแบบผู้จัดการฮงในคอฟฟี่พริ้นซ์แบบนั้นเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีครับ
เราอยู่ในวิชาชีพบริการความสะอาดเป็นเรื่องสำคัญครับ
ถ้าเราขายตัวเองไม่ได้ จะไปใครกาแฟใครได้ครับ

วิชีพนี้เราต้องดูดีนิดนึง เรียบร้อยสะอาด โดยเฉพาะร้านกาแฟ บาริสต้าห้ามไว้เล็บครับ
เพราะเล็บทำให้หยิบจับเครื่องไมท้เครื่องมือไม่สะดวก ตักน้ำแข็งยาก

ห้ามใส่น้ำหอมครับ เพราะว่ากลิ่นน้ำหอมที่เราใส่ไปจะทำลายกลิ่นของกาแฟ สำคัญมาก
ร้านกาแฟที่ดีเข้าแล้วต้องกลิ่นหอมกาแฟเตะจมูก ถ้าลูกค้าอยากได้กลิ่นน้ำหอม
เค้าไปเดินห้างแผนกเครื่องสำอางค์ก็ได้ครับ

____________________________________________________

ข้อที่ 6 บาริสต้าต้องมี Service Mind
ข้อนี้นับว่าเป็นเบสิกสุดๆในงานบริการ ถ้าไม่รักในงานบริการอย่างทำเลยครับ
บางคนอยากเป็นคนชากาแฟ แต่ไม่อยากบริการคนอื่น มันไม่ใช่อ่ะกิ๊ฟฟฟ

บาริสต้าเก่งๆบางคนนะครับ สามารถจำชื่อลูกค้า กับเครื่องดื่มที่ชอบไว้เลย
เป็นต้นว่า เห้นหน้าบุ๊ปรู้เลยวันนี้เค้าจะทานอะไร อันนี้จะสร้างความปลื้มให้กับลูกค้ามาก
เหมือนเป็นคนสำคัญ ใครๆก็จำเค้าได้ จนเกิดความประทับใจกลับมาทานอีก

พูดถึงลูกค้าร้านกาแฟ มันมีทุกประเภทอ่ะครับ ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น คนทำงาน ไปถึงคนแก่
ซึ่งแต่ละคนจะมีความชอบไม่เหมือนกัน อย่างเด็กมากินเครื่องดื่มร้อนเนี้ย เราจะรู้กันว่า
เวลาสตรีมนมเราจะใช้อณุหภูมิน้อยกว่าที่ชงให้ผู้ใหญ่ทานครับ น้องจะได้ทานง่ายๆ

หรือวัฒนธรรกมการกินของเราต่างกับฝรั่งครับ คนไทยสั่งอเมริกาโน่ก็จะเป็นกาแฟดำไป เค้ากินกันอย่างนั้นเลย
แต่ฝรั่งจะสั่ง แบล๊กคอฟฟี่ ก็คือกาแฟดำนั่นแหละ แต่ต้องเสริฟนมร้อนถ้วยเล็กๆให้เค้าด้วย
เพราะฝรั่งชอบใส่นมในกาแฟเวลาทานครับ ถามว่าทำไมไม่ทานลาเต้เลย มันเข้มข้นไปสำหรับชาติเค้าครับ
[งงอย่างไร กลับไปอ่านเอนทรี่ประวัติอเมริกาโน่ได้ครับ] หรือเวลาเสริฟชาให้ฝรั่งก็ต้องแนบนมไปเหมือนกัน
เป็นวัฒธรรมสากลครับ

อันนี้ความรู้เรื่องขนมนิดนึง ไหนๆก็วกมาเรื่องวัฒนธรรมการกินกาแฟและ
ร้านผมเป็นกาแฟอินเตอร์ แน่นอนการจัดตู้ขนมมีความสำคัญมาก
ในตอนเช้า ตู้ขนมเราจะจัดเต็มไปด้วย ครัวซอง และ มัฟฟิน ฝรั่งเค้าจะกินพวกนี้เป็นอาหารเช้า
พอสายหน่อยจะเริ่มเปลี่ยนขนมเป็นแซนวิส สลัดแทนครับ นี่เป็นมื้อก่อนเที่ยงของฝรั่งเค้ากินเบาๆ
พอเที่ยงๆ ขนมจะเป็นพวกPasty พวกพาย โรล พัฟ ต่างๆ อันนี้ฝรั่งกินเป็นมื้อเที่ยงครับหนักท้อง
พอบ่าย จะเปลี่ยนเป็นพวกขนมเค้กต่างๆ ชีทเค้ก เป็น Afternoon tea ของฝรั่งกินกับน้ำชา
พอเย็นๆ ขนมจะเริ่มเป็นพวกขนมปังต่างๆ กินเป็นมื้อเย็น
และตกดึกเป็นคุกกี้ครับ กินก่อนนอน
[ฝรั่งเค้ากินหลายมื้อครับ เราต้องจัดขนมผกผันกับมื้ออาหารแหะๆ]


ตู้นี้เน้นเค้กมากมาย


ส่วนตู้นี้จะเน้นไปทางอาหารคาวเบาๆ พวกแซนวิส
[ขอขอบคุณภาพตู้ขนมโดยคุณ Drankangel แห่งPantipครับ]

 ______________________________

ที่ยังยังมีรายละเอียดยิบย่อยในอาชีนี้อีกเยอะ เช่น ภาษาอังกฤษควรดีนิดนึง ฝรั่งจะกินกาแฟมากกว่าคนไทยครับ
หรือต้องมีความรู้ในเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือ การดูแลรักษา ต่างๆมากมาย

แต่ของพวกนี้ไปฝึกกันได้ ทไปก็คล่อง อาชีพนี้เน้นปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี
บอกไว้เลยบาริสต้าไม่ใช่อาชีพที่มันสวยงามเหมือนในละคร ของจริงงานหนักมาครับ เหนื่อยด้วย
แต่งานสนุกครับ เจอเพื่อนร่วมงานดี ลูกค้าน่ารัก กาแฟอร่อยแค่นี้ก็มีกำลังใจแล้วครับ ^^

edit @ 26 Mar 2009 23:42:03 by Dei

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมว่าอาชีพนี้ต้องทำด้วยใจรักนะครับ ผมเองก็อยากจะเป็น แต่อยากชงเป็นงานอดิเรกมากกว่า Hot!

#1 By เจ้าชายน้อย on 2009-03-27 00:00

เป็นอาชีพที่มีเสน่ห์ดีทีเดียว big smile

จะว่าไปเรื่องเวลาก็มีผลค่ะ เคยซื้อตอนที่คนเยอะๆ บาริสต้าแทบไม่มองหน้าเลยค่ะ ตั้งใจว่าจะลองดูๆสั่งๆเมนูใหม่เลยเปลี่ยนใจ สั่งแบบเดิมแล้วเดินเซ็งๆออกจากร้าน แหะ...sad smile

Hot!

#2 By maebin on 2009-03-27 00:02

อะโห ก็คิดเหมือนกันนะคะว่างานบริการนี่ไม่มีอะไรง่าย

แต่ถ้ายากขนาดนี้ กว่าจะเป็นบาริสต้านี่ต้องอบรมกันกี่ปีคะเนี่ย sad smile

#3 By olive on 2009-03-27 00:03

Hot!
รักเลยครับเอ็นทรี่นี้

แต่คนส่วนใหญ่ที่มีอาชีพบริการทำไมไม่ค่อยมี Service mind ยังไงก็ไม่รู้แหะ
แหะ แหะ
โอ่ววว เป็นบาริสต้านี่ยุ่งยากขนาดนี้เชียว นับถือๆ

#5 By saya chan on 2009-03-27 00:04

Hot! อยากชงเป็นงานอดิเรกเหมือนกันค่ะ ว่าจะไปเรียนทำลาเต้อาร์ต ชอบ


คุณDei ทำที่ร้านแมงดาวเหรอจ๊ะconfused smile

#6 By ชาเขียวaddict on 2009-03-27 00:07

ทำที่ร้าน true ครับ ขอไม่บอกสาขานะ

#7 By Dei on 2009-03-27 00:11

ซื้อหนังสือของคุณ จิฮิโร่ โยโกยาม่า
มาอ่านแล้วครับ แหม .. อ่านแล้วก็ได้ระเหิด

อยากไปสมัครเรียนชงเลยเชียว อิอิ
อ่านแล้วความอยากหายไปหลายจุด
แต่ก็ยังไม่พอที่จะล้มเลิกความฝัน..

งานมีเสน่ห์ในตัวจริงๆแหละcry
Hot!

#9 By greateve2b on 2009-03-27 00:23

มอบคะ Hot! ได้ความรู้น่ารักๆเยอะเลย

#10 By ❉✱ll N ö K ll✱❉ on 2009-03-27 00:27

เอาไปอีก 1 ดาวครับ Hot!

#11 By nora on 2009-03-27 03:40

แล้วตอนไปสมัครเป็นบาริสต้าที่T...เค้าจะสัมภาษณ์อะไรบ้างคะ? พอดีไปสมัครไว้แต่ยังไม่ถูกเรียกสัมภาษณ์ค่ะ

แล้วรสชาติของ Perfect shot กับ ช็อทที่ตายแล้วมันต่างกันยังไงเหรอคะ?

T...ที่ขอนแก่นมีแต่คุ้กกี้อย่างเดียว

#12 By YOSHINAKIs on 2009-03-27 09:00

ถ้ามีใจรัก ทำอะไรมันก็รุ่งได้ไม่ยากคับ

เขียนได้มีเสน่ห์ อ่านสนุก

เขียนต่ออีกนะคับ จะติดตามอ่านไปเรื่อยๆ Hot!

#13 By seaugpor on 2009-03-27 10:42

เห็นด้วยครับ ร้านกาแฟที่ทานทุกเช้า ก็เข้ามาตรฐานนี้นะครับ พอเปิดประตูร้านไปบาริสต้าแทบจะหันไปชงได้เลย55 เพราะทานเหมือนเดิม

#14 By E.T.*** on 2009-03-27 10:54

ลืมให้ดาว ...อ่ะ เอาปายยยยยยHot!

#15 By E.T.*** on 2009-03-27 10:54

อ่านไป นึกภาพไป แทบจะได้กลิ่นกาแฟเลยนะเนี่ย
เขียนได้ขนาดนี้ต้องชงกาแฟได้อร่อยมากแน่ๆค่ะ

#16 By ¨°o.O Poorahong O.o° on 2009-03-27 10:56

ผมขอเป็นคนกินเหมือนเดิมดีกว่า sad smile Hot!

#17 By K r a i on 2009-03-27 11:00

Hot!
โอววว มีอะไรอีกมากที่ยังไม่รู้ ^ ^
เคยทำงานพิเศษที่คอฟฟี่เล้าจน์ เหนื่อยแต่สนุกจริงๆ ช่วงนั้นติดกลิ่นกาแฟไปเลย

#18 By นกเล็ก on 2009-03-27 11:11

ไม่บอกสาขา โหยงี้ก็อดไปชิมฝีมืออะเสะ sad smile

Hot! Hot!

#19 By Gappy on 2009-03-27 11:21

อ่านแล้วรู้สึกว่าคนอาชีพนี้กำไรชีวิตมากมาย cry Hot!

#20 By -----ROGER----- on 2009-03-27 11:22

Hot! Hot! สุดยอดมากค่ะ เป็นความรู้จากของจริง มีประโยชน์ ๆ

รูปขนมในตู้ ใช่รูปที่ร้านของคุณเจ้าของบล็อกหรือเปล่าคะ สุโก้ยยย อยากกิน

#21 By b613 ดาวถัดมา on 2009-03-27 11:41

เป็นอาชีพที่ดูแล้วน่าสนุก แต่ถ้าไม่รักจริงคงไม่ไหวเหมือนกันbig smile

#22 By talalan on 2009-03-27 11:42

อ่านแล้วสนุกตามไปเลยครับ
ขอบคุณที่เอามาเล่าให้ฟัง ลึกซึ้่งจริงๆ Hot!

#23 By โก๋สิจ๊ะ on 2009-03-27 11:43

คุณพ่อเป็นอยู่ค่ะ

พ่อเค้าคลั่งพวกกาแฟมากน่ะค่ะ

ชอบคิดค้นสูตรใหม่ๆหาเมล็ดกาแฟพันธุ์หายากมาประดับร้านอะไรเทือกนี้

ส่วนเรา...คือหนูทดลองที่ต้องชิม...sad smile
Hot! Hot! Hot!

#24 By fate"Zz on 2009-03-27 12:07

Hot!

ชงเองก็กินได้คนเดียว question
ตัวกาแฟอะเฉย ๆ แต่ชอบกลิ่น

บล็อกให้ความรู้ดีคับ
ภาพขนมน่ากิน โฮกกกก

เรื่องบริการนี่ยอมรับ
เจ้าไหนไม่เฟรนด์ลี่ หรือ
อาหารไม่ตั้งใจทำ
โบกมือบาย

#25 By ไทดี้ on 2009-03-27 12:13

ข้อสองทำให้เกิดข้อสามโดยปริยาย ต้องชิมกาแฟบ่อย ๆ ก็เลยตื่นตัวกระฉับกระเฉงเพราะฤทธิ์คาเฟอีน

ปล.ผมก็ติดกาแฟนะ แต่ถ้าให้มานั่งชิมทุกชอตก็ไม่ไหวเหมือนกัน sad smile

#26 By pisces on 2009-03-27 12:44

kunt ว่านะ ไม่ว่าอาชีพไหนก็ต้องทำด้วยใรกทั้งนั่นล่ะ มันถึงจะดีbig smile
สุดยอดเลยฮะHot!
เคยศึกษาเรื่องกาแฟ (ตอนทำโปรเจ็ค) โลกของกาแฟนี่มันลึกซึ้งยิ่งนัก

#27 By kunt on 2009-03-27 13:53

กว่าจะมาถึงจุดที่เรียกตัวเองได้ว่า บาริสต้า ได้เต็มตัวยากทีเดียว
(เคยคิดอยากจะลองทำดู เห็นแบบนี้มันยากโดยแท้ sad smile สงสัยเราได้แต่กิน)

คาราวะคนทำอาชีพนี้จริงๆconfused smile

Hot! Hot! Hot!

#28 By Shi-Taisan on 2009-03-27 13:54

เป็นคนชอบดื่มกาแฟมากค่ะ
หลัง ๆ ไปชิมมาหลายร้าน หลายสาขา
ไม่อร่อยเลยค่ะ

บางร้านก็มีแต่กลิ่น รสชาติไม่ได้เรื่อง
บางร้านก็ไม่มีทั้งสอง
บาริสต้าแต่ละคนในแต่ละร้านก็ชงไม่เหมือนกันอีก
หรือคนเดียวกันแต่คนละวัน ฝีมือก็แตกต่างอีก

ช่วงนี้งดชิมค่ะ เหนื่อยใจมาก sad smile

อาชีพนี้ก็อยากเป็นนะคะ แต่ทุกอาชีพก็เหมือนกัน
ทำน่ะทำได้ แต่ทำให้ดีไม่ใช่จะทำได้ทุกคน
เป็นคนสุดตัวสุดใจกับทุกเรื่องค่ะ

ตอนนี้ยังไม่ทำก็สุดตัวสุดใจข้างที่ไม่ทำอยู่นี่แหละค่ะ question Hot! Hot! Hot!

#29 By Mrs. Holmes on 2009-03-27 14:55

สาระมากมายค่ะ ,


สนใจอยู่เหมือนกัน big smile

#30 By caffeineaddict on 2009-03-27 15:04

ตั้งแต่ดูหนัง คอฟฟี่ปริ้น ก้ออยากเปน บาริสต้าเลยละ..
มันต้องสนุกแน่เลย วันๆอยู่กับกาแฟ หอมกลิ่นกาแฟ

แต่เพิ่งรุวันนี้ละค่ะ ว่ามันงานหนัก..แต่มันมีเสน่ห์มากๆ
ขอบคุนสำหรับความรุดีๆค่าา ^^

Hot! Hot!

#31 By [ Spelt - Francz ] on 2009-03-27 16:30

เป็นบาริสต้าไม่ได้
เดี๋ยวขนมในตู้จะหมดก่อนconfused smile

กว่าจะเป็นบาริสต้าได้มันมียากเนอะ
แต่ถ้ารักในงานที่จะทำ มันก็มีความสุขbig smile
Hot! Hot! Hot!

#32 By SEsai*im อิ่มๆ on 2009-03-27 16:43

หืม

กลิ่นหอมกาแฟโชยมาเชียว

ทำงานอย่างนี้ได้ต้องใจรักในบริการมากเลย
สุดยอดมากค่ะ อาชีำพนี้ต้องใช้ความอดทนสูงทีเดียว

คนดูหนังบางคนถึงจะชอบหนังแต่ถ้าไม่มีใจรักใน
งานบริการด้านนี้ก็ทำไม่ได้หรอก

เค้กนี่น่ากินดีนะ

#34 By baka-copain on 2009-03-27 18:29

มีเสน่ห์ แต่น่าเหนื่อยนะครับ sad smile

#35 By cvane on 2009-03-27 18:37

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ ครับHot!

#36 By Chuy on 2009-03-27 18:47

โอยยยยยยยยยยยยยยย

ได้กลิ่นกาแฟเลยค่ะconfused smile

#37 By คุณพู่ on 2009-03-27 18:48

Hot!

แอบเป็นความฝันเล็กๆของตัวเองเลยนะคะเนี่ย

อารมณ์มีร้านกาแฟเล็กๆชงเองขายเอง

แต่จากที่อ่าน ท่าทางมันจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว sad smile

#38 By {A}nDroMeda on 2009-03-27 19:36

ใจรักจริง ๆ น่าสนใจดีค่ะ

#39 By Daughter Of Sparda on 2009-03-27 19:43

เป็นคนชอบกินกาแฟ
แต่ไม่ถึงกับติด แค่ต้องกินทุกเช้าเอง ^^
เคยมีความคิดอยากชงกาแฟอร่อยๆให้ตัวเอง+คนอื่นๆได้กิน
อ่านแล้วได้กลิ่นกาแฟลอยมาเลย
งานท้าทายความสามารถ+ความอดทนมาก
ลองไปฝึกเป็นบาริสต้าดูดีมั๊ยนะ^^
อยากให้คนไทยมีกาแฟอร่อยๆราคาไม่แพงมากทาน
ขอบคุณสำหรับความรู้ฮับ
อันนี้ให้ Hot!

#40 By KuR(^O^) on 2009-03-27 20:18

ชอบนะ แต่ ไม่ถึงกับอยากเป็น

ชอบ ดู เค้าทำ น่าสนุกดี ไวดี

หอมกาแฟ ชอบกลิ่นกาแฟ Hot!

#41 By quiescent on 2009-03-27 20:39

โหยยยย....น่าสนใจมาก ๆ (OoO)!

น่าลงทุนเปิดกิจการนะเนี่ย แต่อย่างว่าอะนะคะ เดี๋ยวนี้เห็นเปิดแข่งกันเป็น 100 เจ้าแล้ว (u_u) มีหวังถ้าเป็นี่ คงขาดทุนตาย

อีกอย่างคือ..ชงเป็นแต่เบสิก ถ้าจะให้โปรอย่างว่าข้างบนคงหมดตัว เป็น หมื่นละคะพี่น้อง (-o-)

แต่ถ้าใครชอบก็หนับหนุนเต็มที่คะ แล้วมีร้านเมื่อไหร่บอกด้วยละนะคะ จะแวะไปชิม (^v^)

#42 By Amai Ochiki on 2009-03-27 20:50

ขอบคุณครับ
กาแฟเป็นเพื่อนยามดึกไปแล้ว ฮา
ชอบสีเค้กมากครับ น่าทาน Hot!

#43 By Ritz_DD on 2009-03-27 21:11

เป็นอาชีพที่น่าสนใจและมีเสน่ห์มากๆเลยค่ะ แต่ก็ดูจะต้องใช้ความพยายามและละเอียดมากๆด้วยเหมือนกัน

อ๊า~ เวลาไปนั่งดื่มกาแฟ ไม่เคยรุ้เลยว่าคงชงเค้าลำบากแล้วก็ต้องเก่งกันขนาดนี้

เขียนดีจังค่ะ^^Hot!

#44 By -PK-> on 2009-03-27 21:33

เป็นอะไรที่ต้องใจรักจริงๆ สินะคะ

ถ้าคนชอบแล้วก็คงทำได้อย่างมีความสุข

ต้องเก่งมากๆ แน่ๆ

Hot!

#45 By [UdE - - MiwA]~!! on 2009-03-27 21:37

ละเอียดดีครับ ชอบๆ

งานผมส่วนหนึ่งก็ขายเครื่องกาแฟ
ขายเมล็ดกาแฟ
ขายทุกอย่างเกี่ยวกับกาแฟ
แต่ก็ยังไม่เคยให้ใครมาชิมแล้ววิจารณ์รสชาติเลย


big smile Hot!

#46 By wine under locker on 2009-03-27 23:05

อ่าา ความรู้ใหม่ๆ ขอบคุณที่แชร์กันค่ะ Hot! big smile
เห็นบาริสต้ารักกาแฟและสนุกกับงานอย่างนี้
คนดื่มกาแฟก็อุ่นใจแล้วค่ะ surprised smile
Hot! Hot! Hot!

#48 By fontis on 2009-03-27 23:27

อ๊ะ...พอดีเลย ตอนนี้พึ่งได้งานพิเศษเป็นบาริสต้าที่สตาร์บัคส์ค่ะ วันนี้พึ่งได้หัดทำ drip เอง (ก่อนหน้านี้ได้ทำแต่คิดเงินกับสั่งออเดอร์) แต่ปัญหาของเราไม่ใช่เรื่องความรู้เกี่ยวกับกาแฟอย่างเดียว แต่ว่ามีปัญหาเรื่องภาษาด้วย เพราะว่าเราทำที่สาขาที่ญี่ปุ่น ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นพื้นฐาน (แน่นอนว่าการเทรนก้อต้องเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด) เพราะงั้นเวลาเจอคำศัพท์ที่เป็นภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่น เลยนึกไม่ค่อยออกว่าพอแปลกลับเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้วมันจาเป็นคำว่าอะไร เวลาลูกค้าสั่ง (แน่นอนว่าส่วนใหญ่คนญี่ปุ่น ส่วนต่างชาติส่วนใหญ่ก้อพูดญี่ปุ่นกะเรา) ก้อฟังไม่ค่อยถนัด เพราะว่าเครื่องปั่นเสียงดังมากเลย ก้อต้องอาศัยทักษะการฟังกับการสื่อสารมากเป็นพิเศษ อาจจาทำให้เหนื่อยกว่าฝึกเป็นบาริสต้าอย่างเดียวก้อได้นะเนี่ยsad smile

#49 By imai283 on 2009-03-27 23:28

ดื่มเป็นอย่างเดียว และขอดื่มต่อไปค่ะ

open-mounthed smile
ชัดเจนมาก

แต่ชอบชุดฟอร์มร้านคอฟฟี่ปรินซ์อ๊า~

#50 By เนือย on 2009-03-28 00:29