พักเรื่องกาแฟไว้นิดนึง
พอดีผมอดใจไม่ไหว กับข่าวช่วงนี้ อ่านแล้วเซ็งจิต
เมืองไทยมันเกิดอะไรขึ้นน
ตุ๊กแกแดง, ไข่ยักษ์, เต่าประหลาด, ไอ้นู่นไอ้นี่ศักดิ์สิทธิ์, ภาพเปรต

ช่วงนี้เข้าใจนะว่าเศรษฐกิจไม่ดี คนเลยแห่พึ่งโชคลาง เผื่อจะรวยไม่รู้เรื่องขึ้นมา
แต่นี่อะไรของมันนน เห็นอะไรที่มันแปลกประหลาด จุดธูปขอหวยกันตลอด
ชาวบ้านบางคน ปฏิเสธข่าวสารความจริง เค้าจะเชื่อของเค้า ก็ปล่อยเค้าไป


วันนี้จะรวบรวมความจริง เรื่องแปลกประหลาดที่ชาวบ้านเจอ เอามาตีแผ่
ว่าแท้จริงแล้ว มันไม่มีอะไรเลยยยย

_________________________________

ภาพเปรต แป๊ะเอ็งสิ นกขี้ใส่รถเมิงแท้ๆ

อันนี้เป็นคลิปเปรตล่าสุดเวอร์มากกกก
ดูยังไงก็ขี้นกครับพี่น้อง เนื่องจากคลิปถูกถ่าย จากภายในรถ
กระจกอาจจะมีรอยเปื้อน พอขยับมือถือก็เหมือนมัน เคลื่อนเข้ามา

คนถ่ายยิ่งเป็นเอามาก จับไข้หัวโกร๋น คิดไปเองว่าถ้าเล่าไปจะกลายเป็นเปรต ตอนนี้หายสาบสูญไปไหนไม่รู้แล้ว
เด๊ยวเรื่องจริงผ่านจอจะมาตีแผ่ชัวร์!!

 มีอีกภาพผีเปรตลำปาง

วัยรุ่นหัวเกรียนถ่ายได้ตอนเช้ามืด หลังจากงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลช่วงกลางวัน
ภาพนี้เคยเผยความจริงไปแล้วในรายการ เรื่องจริงผ่านจอ
สรุปที่มันถ่ายได้คือ ทิชชู่อุดรูมุ้งลวด!!

คนถ่ายมันละเมอตื่นมาตอนเช้า มันจะอยู่ในอารมณ์กึ่งหลับกึ่งตื่น พอมองไปหน้าต่าง
เสือกสะดุ้งทิชชู่ที่ตัวเองอุดไว้ เห็นภาพหลอนเป็นเปรตซะงั้น


_____________________________________________

สัตว์ประหลาดดดด!! เฉพาะในไทยนะ

เคยเห็นข่าวใช่มั้ย สัตว์ประหลาด ไม่เคยเห็นเลยย
แต่ถ้าไปเดินจตุจักรนะ จะเห็นเพียบเลย คนเขียนข่าวก็หูตาแคบเหลือเกิน
ไม่หาข้อมูลอะไรก่อนเลย ก็มาเสนอให้คนฮือฮาจะขายข่าวอย่างเดียว

สิ่งที่ตามมาชาวบ้านหลั่งไหลมาบูชา สัตว์เทพ ชาบู ชาบู
ขูดขอหวย สัตว์มันคงคิดว่า เวรกรรมอะไรของกู-"- กูอยู่ของกุดีๆ

มาดูกัน บ้านเมืองเราเจอสัตว์ประหลาดอะไรบ้าง

1. ฮือฮา เต่าประหลาด หางยาวคล้ายไอ้เข้  

ชาวบ้านเจอเต่าแปลกประหลาด มีหางยาว กระดองเป็นหนาม น่ากลัวจัง
พอเอาไปให้ผู้เฒ่าผู้แก่ดู บอกว่าเป้นเต่าศักดิ์สิทธิ์โบราณ เกิดมาไม่เคยเห็น
แน่นอนเพราะผู้เฒ่าไม่เคยไปเดินเจเจ ชัวร์!!

ความจริง มันคือเต่า Snapping Turtle เต่ากินเนื้อ จริงๆมันมีหลายพันธ์มาก
ตัวในภาพยังจิ๊บจ๊อย ลองถ้าชาวบ้านเจอแบบที่พี่ฝรั่งคนนี้เลี้ยงไว้ มีหวังแห่มาชาบูทั้งจังหวัดแน่

 

2. ปทุมฯผวา - ปลาปากจระเข้โผล่ไล่กัดคน

ประเด็นคือชาวบ้านจับปลาได้ แล้วมันก็โยงไปกับที่ฝันไว้คือ
"เมื่อคืนตนฝันแปลกๆ ฝันเห็นว่ามีผู้หญิงแก่เดินเข้ามาหาและจับมือตนไว้ จากนั้นเข้ามากอด เมื่อหญิงแก่คนนั้นกอดตนแล้วสภาพร่างกายของหญิงแก่ก็กลายสภาพเน่าเฟะเหม็นเหมือนศพ จากนั้นตนสะดุ้งตื่น พอมานึกได้ว่ามีปลาประหลาดตายแล้วที่ตนแช่เก็บไว้ในตู้เย็น ตอนเช้ามาจึงใส่บาตรทำบุญ และจุดธูปไหว้ขอขมา "

และไม่วาย  ชาวบ้านก็อดไม่ได้ที่จะตีเป็นเลขเด็ด โดยต่างพากันมาลูบที่ตัวปลา
มีบางคนมาขอเกล็ดไปไว้บูชาที่บ้านบ้าง จุดธูปไหว้บ้าง
เจริญจริงๆ

ความจริง มันคือ ปลาจระเข้/ อัลริเกเตอร์(Alligator Gar) ไม่แปลกอ่ะ ธรรมชาติสร้างมันมาแบบนี้
เป้นปลากินเนื้อ ปกติ แน่นอนหาได้ที่เจเจ เกลื่อนกลาด


3. ตื่น! ปลาประหลาด คล้ายปลาผสมสัตว์เลื้อยคลาน

ยังอยู่ที่ปลา เหมือนเดิมชาวบ้านจับได้ [สงสัยปลามันอยากดัง โดนจับกันเรื่อยเลย]
ตามข่าว ประมาณนี้
ปลาประหลาดชนิดนี้จะมีลักษณะคล้ายกับปลาหลายชนิดผสมกับงูและปลาไหล
ตนจึงตัดสินใจนำปลาชนิดนี้มาเลี้ยงไว้ที่บ้าน
และเมื่อนำไปให้ผู้เฒ่าผู้แก่ดูก็ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
ซึ่งอาจจะเป็นปลาสายพันธุ์ใหม่ หรือไม่ก็เป็นปลาสายพันธุ์หายากที่ใกล้จะสูญพันธุ์ไปแล้ว
ซึ่งการที่ตนเป็นผู้พบเจออาจจะเป็นโชคชะตาก็เป็นได้


ยังไม่วายชาวบ้านแห่มาดูกราบไหว้เหมือนเดิม

ปลามันโชคดีเนอะอยู่ดีๆกลายเป็นปลาโชคชะตา ซะงั้น มีบารมีเหลือล้น

ความจริง มันก็แค่ปลาตูหนา ปลาไหลชนิดหนึ่งนั้นเอง แค่นี้โวยวายไปได้!!

 

4. ชาวบ้านแห่ดูปลาไหลประหลาด 3 สีเรืองแสง

ขอวนอยู่ที่ปลาก่อน นี่คือเนื้อข่าว ฝันมาเกี่ยวอีกและ ช่างเหมาะเจาะเหลือเกิน
"ตนมีอาชีพขับรถแบ็กโฮ และเมื่อเร็วๆ นี้ ได้นำรถแบ็กโฮไปรับจ้างขุดเหมืองที่หมู่บ้านสันมะนะ ต.แม่สาย อ.แม่สาย ปรากฏว่าพบปลาไหลประหลาดทั้งสามตัวกอดกันกลมติดกับบุ้งกี๋หรือที่ตักของรถแบ็กโฮ จึงนำกลับไปเลี้ยงที่บ้านเพราะเห็นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และประหลาดใจอย่างยิ่งเนื่องจากก่อนหน้าที่จะขุดพบตนได้ฝันว่าจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปอยู่ด้วย และปลาไหลสีน้ำตาลนั้นจะเป็นทาสผู้ติดตามไปรับใช้ปลาไหลสีทอง และสีเงินอีกสองตัวด้วย ขณะเดียวกัน ในฝันยังให้หาที่อยู่และเลี้ยงดูให้ดีก็จะได้ลาภดี"

และแน่นอนชาวบ้าน แห่มาขอหวย เหมือนเดิม เป็นเพราะว่า มัน "แปลก"

ความจริง มันก็แค่ปลาไหลลายสวย!

 

 

5. รวมสัตว์พิการ แต่ชาวบ้าน เอามันมาชาบู ชาบู

5.1 แห่ขอหวยอึ่งอ่างสีเผือก เจ้าของเผยถูกรางวัลจะเลิกกิน

"นายสมพร ยังบอกด้วยว่าตนเห็นว่าเป็นอึ่งอ่างเผือกตัวนี้น่าจะเป็นอึ่งอ่างจำศีล จึงคิดจะเลี้ยงเอาไว้ และคุยกับญาติ ๆ ว่า หากได้โชคลาภจากอึ่งเทวดาตัวนี้ ก็จะไม่กินอึ่งอ่างกันตลอดชีวิต แต่ถ้าไม่ถูกรางวัล หรือเลขเด็ดอะไรก็จะหากินอึ่งอ่างไปตามเดิม ส่วนเจ้าอึ่งอ่างเผือกนี้ก็จะเลี้ยงไว้ต่อไป "

5.2ชาวบ้านตื่นวัวประหลาดมีหัว 2 หัว แห่กราบไหว้แน่นวัดทาปลาดุก

ชาวบ้านตื่นวัวประหลาดมีหัว 2 หัว แต่เสียชีวิตแล้วหลังจากคลอดได้ไม่นาน ต่างทยอยมาดูและกราบไหว้แน่นวัดทาปลาดุก


5.3ชาวบางเจริญตื่น! ลูกหมูประหลาดมี1หัว8ขา

ลำตัวเป็นเพศผู้กับเพศเมีย มี 2 หาง สีขาว แต่เกิดมาได้เพียง 2 ชม. ก็ตาย เจ้าขอนำไปสต๊าฟใส่โหลแก้วเพื่อให้ชาวบ้านดู ขณะที่ชาวบ้านแห่มาดู และตีเลขเด็ด ..

5.4 ตื่นลูกสุนัขประหลาด หน้าคล้ายลิง จมูกงวงช้าง

วัน อาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2551 00:00 น. ชาวบ้านสงเปลือยเมืองร้อยเอ็ดฮือฮา ลูกสุนัขหน้าคล้ายลิง จมูกเหมือนงวงช้าง สีดำลำตัวยาว 20 ซม. สร้างความประหลาดให้ผู้พบเห็นแห่ขอขอหวย



ความจริง สัตว์ที่ขึ้นชื่อว่าแปลกเนี่ย มันเกิดจากวิวัฒนาการของมันแหละ การปรับตัวตามธรรมชาติทำให้มันแปลก
มีบางตัวพันธุกรรมจะผิดพลาดจนมันเกิดมาพิการ เลยไม่เหมือนตัวอื่นๆ ชาวบ้านก็เหมาว่าแปลก
อย่างงี้ คนเราหละ ที่เป็นโรคต่างๆ ไม่เห็นมีใครมากราบไหว้ขอหวยเลย คนเหล่านี้มักถูกทอดทิ้งกลายเป็นขอทาน
แล้วเรื่องสัตว์เผือกล่ะ ชาวบ้านก้ว่าแปลก ทีคนเผือกไม่เห็นมีใครมากราบไหว้เลย ธ่อ

___________________________________________________________

พอก่อน ต่อวันพรุ่งนี้ ประเด็นที่ฮือฮาที่สุด


เจลลดไข้ = แก้วสารพัดนึก ผัดกินแก้โรค ขึ้นหิ้งบูชา ต้มกินน้ำอมฤทธิ์
น้ำซึมบ่อส้วม = น้ำศํกดิ์สิทธิ์แก้โรคภัยไข้เจ็บ
ไข่ยักษ์ = ทาแป้ง ขึ้นหิ้งด้วย อย่างกะลูก
เมียงู = งูมันคง งงว่ะ
ต้นไม้แปลกประหลาด

ยี่แหละสิ่งที่ไม่ควรจะแปลก ก็กลับทำให้มันแปลก!
บางข่าวดูแล้วฮาก้ากเลยยพี่น้อง

ข้อสังเกตข่าวแบบนี้มักจะออกมาเป็น season
แล้วก็ช่วงหวยจะออก จะเริ่มมีข่าวแบบนี้และ

หรือช่วงใกล้ๆ จะออกพรรษา
จะเจอกันและ รอยพญานาคบนรถ กล้วยหัวพญานาค เห็ดพญานาค จอมปลวกพญานาค
เมฆพญานาค เปลือกไม้พญานาค เสาพญานาค [ปกติมันก็มีอยู่แล้วแต่ไม่เคยสังเกตกันเอง
มาตาดีๆเอาช่วงนี้แล้วทึกทักกันไปเอง]

ภาคสองมาแล้วนะครับ
http://icedlatte.exteen.com/20090518/entry <<จิ้ม

edit @ 17 May 2009 18:25:26 by Dei

edit @ 17 May 2009 21:26:40 by Dei

edit @ 18 May 2009 20:57:19 by Dei

เชื่อว่าในที่นี้หลายคนก็เคยสังสัยคำถามเหล่านี้
ซึ่งสามารถพบได้ในร้านกาแฟเกือบทุกร้าน

วันนี้ผมจะมาประมวลไขข้อสงสัยให้ฟังครับ

________________________________________

ปริศนา สายน้ำไหลเป็นทางมิหยุดหย่อน

 ชื่อเวอร์เนอะ คิดว่าหลายๆคนคงเคยอ่านข่าวนี้มาบ้างแล้ว

สตาร์บัคส์ ร้านกาแฟชื่อดัง ถูกกล่าวหาว่าใช้น้ำประปาเปลืองมาก นับแล้วเสียน้ำวันละหลายล้านลิตรต่อวัน ผู้ที่เปิดเผยข่าวคือ นางลิซ่า วูลฟี ชาวเมืองเฮดฟอร์ดไชร์ ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า "ฉันเห็นอ่างน้ำหลังเคาน์เตอร์เปิดน้ำไหลอยู่ตลอด จึงถามกับพนักงาน เขาตอบว่า เป็นนโยบายของสตาร์ บัคส์ที่ต้องการเปิดน้ำทิ้งไว้ เพื่อให้ท่อน้ำสะอาด ฉันฟังแล้วแทบไม่เชื่อ จึงโทรศัพท์ไปถามที่สำนักงานใหญ่ ก็ได้คำตอบเดียวกัน น้ำนี้ไม่ได้นำไปรีไซเคิลด้วย"

สตาร์บัคส์มีกว่าหมื่นสาขาทั่วโลก ส่วนในอังกฤษมี 698 สาขา หมายความว่า ถ้าเปิดน้ำประปาไว้เช่นนี้ตลอด ก็จะเปลืองน้ำเฉพาะในอังกฤษถึงวันละ 1.6 ล้านลิตร นายปีเตอร์ โรบินสัน เจ้าหน้าที่ขององค์กรสิ่งแวดล้อม "เวสต์วอตช์" กล่าวว่า "นโยบายเปิดน้ำประปาไว้ตลอดเวลานี้น่าตกใจมาก" ขณะที่สตาร์บัคส์โต้ว่า การเปิดน้ำไว้ดีต่อสิ่งแวดล้อมและดีต่อการล้างช้อนให้สะอาด เพื่อไม่ให้นมตกค้าง - เดลี่เมล์


ถ้าผมเป็นคนทั่วไปคงจะด่าร้านกาแฟเละเลย ทำไมใช้น้ำเปลืองอย่างงี้
แต่ตอนนี้ผมทำงานร้านกาแฟ อยากจะวิ่งเข้าไปตบหัวคุณนางลิซ่าเหลือเกิน

มาพูดถุงอุปกรณ์สายน้ำไหลที่ She เห็นก่อน
ซึ่งเค้าเรียกว่า Dipper Well

ลักษณะมีหลายแบบมาก แต่คล้ายๆกันคือเป็น ถังสแตนเลสแบบนี้แหละ
มีก็อกสำหรับปล่อยน้ำ ตัวถังสามารถระบายน้ำได้ตลอดเวลา ทำให้เปิดก็อกยังไงน้ำก็ไม่ล้น

ประโยชน์
อุปกรณืนี้ประโยชน์ของมันคือการระบายน้ำ สร้างออกซิเจนในน้ำ เพื่อฆ่าเชื้อโรค
พวกเราอาจจะไม่รู้ ในการชงกาแฟเนี่ย นม เป็นของเหลวที่อันตรายต่อผู้บริโภคมาก
เพราะแบคทีเรียเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด และในอุณหภูมิประมาณ 15 ํ ซ.
แบคทีเรียที่เติบโตได้นม ได้แก่ แบคทีเรียที่ผลิตกรดแลคติก กรดบิวทีริก (buteric acid) และกรดโพรพีโอนิก (propeonic acid) และแบคทีเรียที่ทำให้นมเน่าเสีย และมีกลิ่นเหม็น

ไม่แปลกที่ร้านกาแฟส่วนใหญ่เทนมทิ้งทันทีหลังจากสตรีมนมชงกาแฟให้ลูกค้าแล้ว
ถามว่าเสียดายไหม เราเสียดายครับ ทุกครั้งเราจะพยามใช้นมให้หมดภายในการชงครั้งเดียว
ส่วนช้อน อุปกรณ์ที่ใช้ชงนม เนี่ย เราล้างด้วยน้ำสะอาดทันที

นมที่ไม่ได้ใช้ชงถ้าทิ้งไว้อุณหภูมิต่ำกว่า 120 ฟาเรนไฮส์ หรือประมาณ 50 องศา เราจะทิ้งทันที
หรือนมที่ตั้งทิ้งไว้เกิน 15 นาที ก็ทิ้งเหมือนกันครับ

เหตุที่ต้องใช้ Dipper Well ส่วนหนึ่งเพราะความสะดวกรวดเร็ว คือเราใช้อุปกรณ์เสร็จเราทิ้งลงบ่อ[Dipper Well]
ได้ทันที ไม่ต้องมาเสียเวลาล้าง สามารถชงแก้วต่อไปได้ทันที อีกเหตุผลเพราะการระบายน้ำของตัวบ่อ
สามารถฆ่าเชื้อโรคด้วยการหมนุเวียนออกซิเจน ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า กาแฟทุกแก้วที่ชง สด และสะอาดครับ

สุดท้ายนี้ พวกเราก้ตระหนักนะครับถึงการประหยัดน้ำ
เวลาลูกค้าไม่มีเราก็จะปิดก็อกครับ เมื่อจะชงค่อยเปิดใหม่ ช่วยโลกครับ
ทีนี้นางลิซ่าจะว่าไง พอเราไม่เปิดบ่อ มันก็จะฟ้องเราหาว่าอุปกรณ์สกปรกอีก เจริญครับ


ปล.  บ่อน้ำบำบัดแค้น เอ้ย Dipper Well นี้ยังเห็นได้ในร้านไอศครีมเหมือนกัน เช่น Swensen's มีหลักการเดียวกัน
[ก็ไอศครีมก็ทำมาจากนมนิ] เค้าไว้แช่สกู๊ปเวลาตักไอติมเสร็จ

 

___________________________________________________

ปริศนา กากกาแฟ ตายแล้วไปไหน! 

หลังจากเราชงกาแฟแต่ละแก้วเสร็จ เราเคาะกากกาแฟทิ้ง ถามว่ากากกาแฟนี้เอาไปทำไรได้มั่ง

- เอาไปปลูกต้นไม้ครับ กากกาแฟ ก็เหมือนเป็นพวกพืชเปลือกแข็ง ทำให้น้ำไหลผ่านได้ดี ช่วยให้ดินร่วนซุย
นอกจากนี้ในกากกาแฟ ยังมีพวกธาตุ ไนโตรเจนสูง ไนโตเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญของดีเอ็นเอ, อาร์เอ็นเอ และโปรตีน ซึ่งพืชจะต้องใช้ในการเจริญเติบโต กากกาแฟยังมีโพแทสเซียม, ฟอสฟอรัส และสารอย่างอื่นอีกเล็กน้อยที่ช่วยเพิ่มพัฒนาการของต้นไม้เรา

ก็ลองเอาไปใส่ต้นไม้ดูนะครับ จะได้ออกดอกออกผล สวยงาม แข็งแรงนะครับ

- เอาไปดับกลิ่น อันนี้ช่วยได้จริง ผมลองเอากลับไปใส่ตู้เย็น ใส่ตู้เสื้อผ้า หรือใส่ในรองเท้าก็ได้ โอ้ววว
กลิ่นสุดยอดมาก อารมณ์เหมือนมีร้านกาแฟอยู่ที่บ้าน หลักการมันเหมือนถ่านครับ คือช่วยดูดกลิ่น
พอกลิ่นหมดค่อยทิ้งไป เอาไปปลูกต้นไม้ต่อ ประโยชน์สองเด้ง

- เอาไปขัดผิว สำหรับสาวๆ อันนี้เรื่องจริงพี่ที่ร้านผม เอากากกาแฟกลับบ้านไปขัดผิวจริงครับ!!
เค้าบอกว่าขจัดเซลส์ปิวที่ตายแล้วออก คงเหมือนเอาเกลือไปขัดผิวแหละ
แต่กากกาแฟละเอียดกว่า ก็ขัดเวลาอาบน้ำเหมือนฟอกสบู่แหละ แล้วล้างออกแค่นั้น
ผมไม่แนะนำกับผิวบริเวณอ่อนไหวเช่น ใบหน้านะ บางคนอาจแพ้
ส่วนตัวผมไม่เคยลองแฮะ -"-

-เอาไปทำงานฝีมือ อันนี้จริงๆ ต้องยกเครดิตให้พี่ยุ่น คือคุณ คุณโอซามุ ฟูจิ ช่างคิดเหลือเกิน ที่เห็นอยู่นี้เป็นถ้วยกาแฟที่ทำจากกากกาแฟผสมดินเหนียว



- ไม่แนะนำเอากลับไปชงครับ คุณจะได้แต่น้ำดำๆ กลิ่นขมๆ ไหม้ๆ

- เริ่มอยากได้กากกาแฟไปใช้แล้วใช่ไหมล่ะครับ ทำไมยังไงล่ะถึงจะได้มา?
สั้นครับๆ "ขอ" ได้ที่ร้านกาแฟใกล้บ้านคุณ

ผมว่าไม่มีร้านกาแฟร้านไหนงกกากกาแฟที่ชงแล้วหรอกครับ
เพราะปกติ ชงเสร็จก็เคาะกากทิ้งใส่ knock box
พอเต็มเราก็เอาไปเททิ้งถังขยะ จะดีกว่าไหมถ้าเราแบ่งปัน
ให้กาแฟแต่ละเมล็ดได้ใช้ประโยชน์สูงสุดของมันอย่างคุ้มค่า

แต่อาจจะต้องขอเป็นช่วงเวลาหน่อยนะครับ สังเกตที่ knock box ถ้าเต็มแล้วก็ไปขอกันได้เลย




__________________________________________________________________

ปริศนา เครื่องชงเรือนแสนนน

ปริศนานี้น่าสนใจมาก ผมว่าหลายคนคงมีความขัดแย้งในใจ กินกาแฟแก้วละร้อยกว่าบาท
กับกินข้างถนน 20 บาท ต่างกันตรงไหน กาแฟสดเหมือนกัน เครื่องชงแรงดันเหมือนกัน
ขอบอกว่า ต่างครับต่างมากด้วยยยยย

มาทำความรู้จักเครื่องชงกันก่อน เราจะเน้นไปทางเครื่องชง Espresso Machine สำหรับชงกาแฟเอสเปรสโซนะครับ
เครื่องชงเอสนี่มีอยู่สองแบบครับ

แบบแรก ขอเรียกว่าแบบการค้าละกัน [Commercial Use]

ลักษณะ
-เครื่องจะใหญ่ตุ๊ต๊ะ ติดตั้งยุ่งยาก มีการต่อท่อน้ำผ่านเข้าเครื่องโดยตรง
-มีหัวชง 2 กรุ๊ปขึ้นไป
-มี Boiler ในตัว
-ที่สำคัญราคาแพงมาก ถอยรถคันนึงได้เลย



แบบที่สอง ขอเรียกว่าแบบบ้านๆละกัน

ลักษณะ
-รูปร่างเล็กกระทัดรัด
-มีหัวกรุ๊ปเดียว
-เธอออปชั่นเพียบ ตีฟองนมได้ บางครั้งมีเครื่องบดกาแฟในตัวอีกด้วย
-ค่าตัวคุณเธอน้องๆมือถือแจ่มๆสักเครื่อง

 ========================================

ถามว่ามันต่างกันอย่างไร

1. ความดัน
อธิบายสั้นๆครับ เครื่องชงแบบนี้ใช้ความดันน้ำชงกาแฟออกมา เครื่องบ้านๆ ความดันไม่ถึงพอ
เครื่องชงแบบร้านค้า แรงดันน้ำจะสูงมาก ชงกาแฟได้ดีกว่าอร่อยกว่า ฟันธงว่าเครื่องบ้านๆ
ทำ Perfect shot ไม่ได้แน่ๆ ไปลองสักเกตได้เลยครับ

2.อุณหภูมิ
เครื่องชงแบบร้านค้า จะรักษาอณุหภูมิได้ดีกว่า เพราะมีหม้อต้มน้ำในตัว ซึ่งจะต้มน้ำเดือตลอดเวลา
สำหรับสร้างไอน้ำในการเป่าฟองนม มั่นใจได้ว่าจะชงสัก 100 แก้วกาแฟก็ร้อนเป็นมาตราฐานเดียวกันทุกแก้ว
แต่เครื่องบ้านๆ ต้องคอยเติมน้ำหลังเครื่อง แล้วรอคุณเธอต้มน้ำจนเดือด พอชงไป สองแก้ว น้ำหมด
พอเติมน้ำใหม่น้ำก็ไม่ร้อนแล้ว ชงกาแฟไม่อร่อยแล้วครับ

3.การเป่าฟองนม
เครื่องร้านค้าเป่าฟองนมจะได้นมที่เนียนมากกกก เปรียบได้กับนมนางงามเนียนนุ่มละมุนลิ้นชนะประกวด
แต่เครื่องบ้านๆคุณเธอทำได้แค่นมวัยรุ่นแตกพาน ฟองนมหยาบกระด้าง นมไม่ร้อน
เพราะไอน้ำที่คุณเธอต้มน้ำเก็บไว้หลังเครื่องมีไม่พอสำหรับการเป่าฟองนมน่ะสิ มันก็ทำได้แค่ในระดับหนึ่ง

4.มาตราฐานอุปกรณ์
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ต่างกันมาก เครื่องบ้านคุณเธอเน้นศัลยกรรมพลาสติก เสียเร็วมากครับ คอนเฟิร์ม
การดูแลรักษายากทำความสะอาดยาก

นี่แหละคือปัจจัยราคาแพงของกาแฟแต่ละแก้ว
เครื่องดีๆ ราคาถอยรถได้เลยนะครับ แน่นอนกาแฟที่ออกมาอร่อยเหาะ
อันนี้จะมาบังคับรสนิยมทานกาแฟแต่ละคนไม่ได้

ซึ่งส่วนใหญ่ซุ้มกาแฟสดส่วนใหญ่จะใช้เครื่องบ้านๆชงกัน คุณภาพราคาก็ได้แบบนั้นอ่ะครับ
ใครอยากได้สุนทรีกาแฟอร่อยๆก็ลองมองหาร้านราคาถูกๆที่ใช้เครื่องแบบร้านค้าดูนะครับ

__________________________________________

ปิดท้ายด้วยกาแฟที่ชงจากนมนางงามครับ
น่ากินมากมาย


และ



และ



[ขอขอบคุณภาพลาเต้อาร์ทแจ่มๆจาก งาน Thailand Asian Coffee &Tea Festival 2008 ]

ภาพสุดท้ายคิดว่าทุกคนคงอยากเห็นนมวัยรุ่นบ้าง
จัดให้ครับ

[ขออนุญาตเจ้าของภาพนะครับ หาจากกูเกิลมา ครั้งหน้าพยามสตรีมนมใหม่นะครับ ^^]

 

edit @ 30 Mar 2009 22:11:18 by Dei

จากกระแส Coffee Prince ที่มาฉายในบ้านเรา
ผมว่าหลายคนดูแล้วเคลิบเคลิ้ม หลงไหลในอาชีพของคงู่พระนางเลยทีเดียว

ด้วยประสบการณ์ที่ผมทำอาชีพนี้มาเกือบปีแล้ว [ถึงไม่ใช่งานประจำก็เหอะ]
ก็จะมาบอกเล่าถึงการทำงานอาชีพนี้
ว่ามันไม่ได้ดีเลิศ อย่างที่หลายคนฝันไว้แน่นอนครับ

โดยผมจะบอกถึงคุณสมบัติสำหรับคนที่อยากเป็นบาริสต้าเป็นข้อๆละกัน
[ในแต่ละข้อจะมีเกร็ดกาแฟแทรกอยู่ด้วยละกัน]


___________________________________________

ข้อที่ 1 เป็นบาริสต้าต้องอดทน
ข้อนี้สำคัญมากครับ ผมเห็นหลายคนและ เข้ามาลองในวิชาชีพบริการนี้ พอทำได้วันสองวัน
เห็นงานหนัก ไม่สู้งานและ ลาออกไปมากมาย เสียเวลาครับ สำหรับคนใจไม่สู้

บาริสต้าเป็นงานบริการครับ หลายคนคิดว่าแค่ชงกาแฟอย่างเดียว ผิดเลยครับ
เราต้องทำทุกอย่าง ตั้งแต่ทำความสะอาดบาร์ เช็ด ถู ขัด เช็คสต็อกของ
ล้างแก้ว และแน่นอนต้องตักถังไขเองด้วย[ไม่ขอเล่าว่าเป็นยังไง เดี่ยวจะทำลายความฝันหนุ่มสาว
แต่ถ้าใครทำธุรกิจร้านอาหารคงตราตรึงกับภาพนั้นดี]

แค่นี้ยังไม่โหดครับ คุณต้องมาเปิดร้าน เตรียมของทุกอย่างอย่างเช้าตรู่ ตี 5 ครับ
ท่องไว้นะร้านกาแฟคู่กับยามเช้า และปิดร้านดึกครับ เที่ยงคืน จะมาอ้างนู่นอ้างนี่
ไม่อยากตื่นเช้า กลับบ้านดึก น้อยที่จะรับคุณแน่ๆ

ขาต้องแข็ง บาริสต้ายืนทั้งวันครับพี่น้อง อยู่หลังบาร์ หรือออกไปเดินเสริฟ
ได้นั่งแค่อย่างน้อยช่วงเบรก ตอนแรกๆจะปวดขา แต่เดี๋ยวก็ชินครับ

__________________________________________________

ข้อที่ 2 เป็นคนชงกาแฟ ต้องกินกาแฟเป็นสิครับ
ข้อนี้นับว่าเป็นพื้นฐานเลย ที่จริงบางคนไม่กินกาแฟมันก็ทำอาชีพนี้ได้
แต่... จริงๆแล้วเมื่อเรายังไม่ชิมรสมือตัวเอง แล้วจะไปทำให้คนอื่นกินทำไมล่ะครับ

ที่ต้องกินกาแฟเป็นเพราะ เราต้องชิม Shot Espresso ในแต่ละช่วงเวลา
หรือเป้นการเช็คคุณภาพชอตที่เราเสริฟลูกค้า เพราะกาแฟเป็นเครื่องดื่มที่เรื่องมากที่สุด
ปัจจัยภายนอกทั้งหลายล้วนแต่ส่งผลต่อกาแฟ [ทำไมมันอ่อนแอจัง-"-] ทั้งความชื้น
แสง อุณหภูมิ แรงดัน เครื่องชง เครื่องบด เราต้องเช็คกันบ่อยๆ เพราะมีผลต่อรสชาติกาแฟ

คือชิมกันเมาคาเฟอีนกันเลยทีเดียว ความรู้เรื่องกาแฟก็สำคัญครับในวงการนี้

นอกจากนี้ยังมีเรื่องกาแฟแต่ละสายพันธุ์ ที่เรียกว่า Single Origin ซึ่งจะให้รสชาติ กลิ่นที่แตกต่างกัน
เราต้องเป็นผู้ชิม เพื่อให้ข้อมูลลูกค้าได้ กาแฟมันมีรสล้ำลึกมาก
เวลาที่อ่านใบปลิวสตาร์บัคส์ ที่โม้ๆว่า มีกลิ่นวอนัทเคล้ากลิ่นอายไม้ธรรมชาติ สดชื่นด้วยผลแอปพลิคอท
เข้มข้นด้วยกลิ่นหอมคาราเมล มันเป็นเรื่องจริงครับ!! คนธรรมดาจะชิมไม่ค่อยรู้ถึงรสชาติซ้ำซ้อนเหล่านั้น

แต่ถ้าบาริสต้าที่ต้องกินกาแฟทุกวันจะรับรู้ได้ครับ [ที่ร้านผมทุกคนต้องมาชิมกาแฟดำชงSingle Origin ทุกเช้าก่อนเข้างานเพื่อฝึกทักษะของตนเอง จนทุกวันนี้กินกาแฟดำอร่อยมากกก] 
 การชงกาแฟแบบ drip เพื่อลิ้มรส Single Origin แท้ๆ

_____________________________________________________

ข้อที่ 3 บาริสต้าต้องกระชับกระเฉง ทำงานรวดเร็ว
ถ้าใครๆคิดว่ากาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ต้องละเมียดละไม ค่อยๆชงด้วยใจ แล้วละก็ คิดผิดครับ
มีส่วนจริงนิดหน่อย คือการชงแบบ Drip หรือชงแบบหยอด ให้น้ำไหลผ่านผงกาแฟ
แบบในคอฟฟี่พริ้นซ์ที่อึนชานชงให้พระเอกชิมนั่นแหละครับ

แต่เครื่องดื่มส่วนใหญ่มีส่วนผสมมาจาก espresso ซึ่งนี่แหละคือปัญหา เราต้องชงเร็ว
เอสเฟรสโซที่อร่อยจะมีอายุแค่ 10 วินาทีหลังจากหยดสุดท้ายไหลออกจากเครื่อง
หลังจากนั้นชอตจะตายครับเอาไปชงอะไรก็ไม่อร่อย ขืนเราโอ้เอ้ค่อยๆชง กาแฟไม่อร่อยแล้วครับ


ตัวนี้ภาพของ Perfect shot ในหนึ่งแก้วจะประกอบไปด้วย ชั้นกาแฟ 3 ชั้นอย่างเห็นได้ชัด
ชั้นแรก เป็นเครม่าสีทอง เป็นฟองครีมสีทองที่ลอยอยู่บนแก้ว
ชั้นสอง เป็นบอดี้ หรือส่วนตัวน้ำกาแฟจะสีน้ำตาล
ชั้นสาม เป็นฮาร์ท หัวใจของแก้วมีสำเข้มสุดอยู่ด้านล่าง


ส่วนชอตที่ตายแล้ว จะเลหือแค่น้ำดำๆเท่านั้นครับ เราจะไม่เสริฟลูกค้าครับ

หนึ่งในคะแนนที่ใช้ประกวด WBC บาริสต้า คือลีลานะครับ มาจากความกระฉับกระเฉงนี้แหละ
นึกภาพคุณไปทานกาแฟแล้วพนักงานเนิบๆ ร้านกาแฟคงกร่อยน่าดู แต่บาริสต้าที่มีชีวิตชีวา
จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับร้านนะครับ

__________________________________________________

ข้อที่4 บาริสต้าต้องบริหารเวลา มีไหวพริบ

ในกรณีที่ลูกค้าเยอะๆแล้วเราต้องชงกาแฟเร็วแล้ว เราต้องรู้จักบริหารบาร์ให้เป็นระบบ
เครื่องดื่มแก้วไหนมาก่อน แก้วไหนควรทำอะไรก่อน

เพราะเวลาที่ใช้สตรีมนมให้ร้อนใช้เวลา 20 วินาที
เวลระหว่างรอชอตเสร็จ 20 วินาที เราจะต้องหันไปเตรียมอย่าอื่น
อย่ายืนเฉยๆ บริหารแก้วที่จะต้องออกเสริฟตามลำดับให้ดี และใช้กาแฟอย่างคุ้มค่าที่สุด

บริหารแก้วยังไง เช่น
มีเครื่องดื่มมาตามลำดับดังนี้
คาปูเล็ก
ลาเต้ใหญ่
ลาเต้เล็ก

ตามหลักควรทำตคามลำดับ แต่เราสตรีมนมด้วยพิชเชอร์ใหญ่เลย แล้วทำชอตเพื่อใส่ให้สองแก้วเล็กก่อน
แล้วจึงทำอีกสองชอตให้แก้วใหญ่ เพราะถ้าทำทีละแก้ว เราต้องทิ้งชอตที่เหลือไป ประมาณนี้


กาแฟมีศัพท์เฉพาะมากมาย ต้องมีไวหพริบนิดนึง
เช่น decaf, lowfat, skim, light, extra, single, double, triple, wip, dry, wet, มากมายครับ
บางครั้งในหนึ่งแก้วมีคำสั่งเต็มไปหมด เราจะทำตามที่ลูกค้าต้องการได้หรือไม่ มันท้าทายความสามารถครับ

___________________________________________

ข้อที่ 5 บาริสต้า เสื้อผ้า หน้าผม ดูดี สะอาดครับ
เอ่อถ้าแบบผู้จัดการฮงในคอฟฟี่พริ้นซ์แบบนั้นเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีครับ
เราอยู่ในวิชาชีพบริการความสะอาดเป็นเรื่องสำคัญครับ
ถ้าเราขายตัวเองไม่ได้ จะไปใครกาแฟใครได้ครับ

วิชีพนี้เราต้องดูดีนิดนึง เรียบร้อยสะอาด โดยเฉพาะร้านกาแฟ บาริสต้าห้ามไว้เล็บครับ
เพราะเล็บทำให้หยิบจับเครื่องไมท้เครื่องมือไม่สะดวก ตักน้ำแข็งยาก

ห้ามใส่น้ำหอมครับ เพราะว่ากลิ่นน้ำหอมที่เราใส่ไปจะทำลายกลิ่นของกาแฟ สำคัญมาก
ร้านกาแฟที่ดีเข้าแล้วต้องกลิ่นหอมกาแฟเตะจมูก ถ้าลูกค้าอยากได้กลิ่นน้ำหอม
เค้าไปเดินห้างแผนกเครื่องสำอางค์ก็ได้ครับ

____________________________________________________

ข้อที่ 6 บาริสต้าต้องมี Service Mind
ข้อนี้นับว่าเป็นเบสิกสุดๆในงานบริการ ถ้าไม่รักในงานบริการอย่างทำเลยครับ
บางคนอยากเป็นคนชากาแฟ แต่ไม่อยากบริการคนอื่น มันไม่ใช่อ่ะกิ๊ฟฟฟ

บาริสต้าเก่งๆบางคนนะครับ สามารถจำชื่อลูกค้า กับเครื่องดื่มที่ชอบไว้เลย
เป็นต้นว่า เห้นหน้าบุ๊ปรู้เลยวันนี้เค้าจะทานอะไร อันนี้จะสร้างความปลื้มให้กับลูกค้ามาก
เหมือนเป็นคนสำคัญ ใครๆก็จำเค้าได้ จนเกิดความประทับใจกลับมาทานอีก

พูดถึงลูกค้าร้านกาแฟ มันมีทุกประเภทอ่ะครับ ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น คนทำงาน ไปถึงคนแก่
ซึ่งแต่ละคนจะมีความชอบไม่เหมือนกัน อย่างเด็กมากินเครื่องดื่มร้อนเนี้ย เราจะรู้กันว่า
เวลาสตรีมนมเราจะใช้อณุหภูมิน้อยกว่าที่ชงให้ผู้ใหญ่ทานครับ น้องจะได้ทานง่ายๆ

หรือวัฒนธรรกมการกินของเราต่างกับฝรั่งครับ คนไทยสั่งอเมริกาโน่ก็จะเป็นกาแฟดำไป เค้ากินกันอย่างนั้นเลย
แต่ฝรั่งจะสั่ง แบล๊กคอฟฟี่ ก็คือกาแฟดำนั่นแหละ แต่ต้องเสริฟนมร้อนถ้วยเล็กๆให้เค้าด้วย
เพราะฝรั่งชอบใส่นมในกาแฟเวลาทานครับ ถามว่าทำไมไม่ทานลาเต้เลย มันเข้มข้นไปสำหรับชาติเค้าครับ
[งงอย่างไร กลับไปอ่านเอนทรี่ประวัติอเมริกาโน่ได้ครับ] หรือเวลาเสริฟชาให้ฝรั่งก็ต้องแนบนมไปเหมือนกัน
เป็นวัฒธรรมสากลครับ

อันนี้ความรู้เรื่องขนมนิดนึง ไหนๆก็วกมาเรื่องวัฒนธรรมการกินกาแฟและ
ร้านผมเป็นกาแฟอินเตอร์ แน่นอนการจัดตู้ขนมมีความสำคัญมาก
ในตอนเช้า ตู้ขนมเราจะจัดเต็มไปด้วย ครัวซอง และ มัฟฟิน ฝรั่งเค้าจะกินพวกนี้เป็นอาหารเช้า
พอสายหน่อยจะเริ่มเปลี่ยนขนมเป็นแซนวิส สลัดแทนครับ นี่เป็นมื้อก่อนเที่ยงของฝรั่งเค้ากินเบาๆ
พอเที่ยงๆ ขนมจะเป็นพวกPasty พวกพาย โรล พัฟ ต่างๆ อันนี้ฝรั่งกินเป็นมื้อเที่ยงครับหนักท้อง
พอบ่าย จะเปลี่ยนเป็นพวกขนมเค้กต่างๆ ชีทเค้ก เป็น Afternoon tea ของฝรั่งกินกับน้ำชา
พอเย็นๆ ขนมจะเริ่มเป็นพวกขนมปังต่างๆ กินเป็นมื้อเย็น
และตกดึกเป็นคุกกี้ครับ กินก่อนนอน
[ฝรั่งเค้ากินหลายมื้อครับ เราต้องจัดขนมผกผันกับมื้ออาหารแหะๆ]


ตู้นี้เน้นเค้กมากมาย


ส่วนตู้นี้จะเน้นไปทางอาหารคาวเบาๆ พวกแซนวิส
[ขอขอบคุณภาพตู้ขนมโดยคุณ Drankangel แห่งPantipครับ]

 ______________________________

ที่ยังยังมีรายละเอียดยิบย่อยในอาชีนี้อีกเยอะ เช่น ภาษาอังกฤษควรดีนิดนึง ฝรั่งจะกินกาแฟมากกว่าคนไทยครับ
หรือต้องมีความรู้ในเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือ การดูแลรักษา ต่างๆมากมาย

แต่ของพวกนี้ไปฝึกกันได้ ทไปก็คล่อง อาชีพนี้เน้นปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี
บอกไว้เลยบาริสต้าไม่ใช่อาชีพที่มันสวยงามเหมือนในละคร ของจริงงานหนักมาครับ เหนื่อยด้วย
แต่งานสนุกครับ เจอเพื่อนร่วมงานดี ลูกค้าน่ารัก กาแฟอร่อยแค่นี้ก็มีกำลังใจแล้วครับ ^^

edit @ 26 Mar 2009 23:42:03 by Dei