kopi


ว่าด้วย สายพันธุ์กาแฟ


                  ในปัจจุบัน วัฒนธรรมการทานกาแฟ กลายเป็นที่แพร่หลายมากมายทั่วโลก เริ่มมีผู้ที่ให้ความใส่ใจกับรสชาติลุ่มลึกนี้ขนาด ทำให้กาแฟในปัจจุบันยิ่งมีความเจาะจงในที่ปลูกมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องมีการระบุถึงประเทศ ภูมิภาค และบางครั้งต้องบอกว่าปลูกที่พื้นที่บริเวณไหนเลยทีเดียว ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกาแฟอาจจะถึงกับต้องประมูลกาแฟกันเลย โดยดูว่าเป็นล็อตหมายเลขเท่าใด  เหล่าเกษตรกรบางครั้งการใส่ปุ๋ยต้นกาแฟ ยังต้องดูแสงเงาจากพระจันทร์เลยทีเดียว



-ถุงกระสอบใส่เมล็ดกาแฟดิบที่ยังไม่ผ่านการคั่ว แต่ละถุงจะบอกที่มาของกาแฟ-


                   กาแฟแต่ละสายพันธุ์ จะถูกเรียกชื่อตามแหล่งที่ปลูกมันขึ้นมา ตัวอย่างชื่อพันธุ์ที่เราคุ้นๆ เช่น
*** ข้อมูลจากวิกิพีเดีย***
  • จาไมกา เป็นแหล่งผลิตกาแฟที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก บลูเมาน์เทน ซึ่งปลูกบนยอดเขาสูง ผลผลิตเกือบทั้งหมดถูกส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น และที่เหลืออีกเล็กน้อยถูกส่งไป สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, และเยอรมนี ยี่ห้อที่มีชื่อเสียงคือ ไฮเมาน์เทนซูพรีม (Hign Mountain Supreme) และ ไพรม์วอชท์จาไมกัน (Prime Washed Jamaican)

    -ถุงบรรจุกาแฟ บลูเมาน์เทน สวยงามหรูหราสมค่ารามากครับ-



    -มาดูกันชัดๆ-
  • บราซิล ผลิตกาแฟเป็นอันดับ 1 ของโลก ยี่ห้อมีชื่อคือ บราซิเลียน ซานโตส (Brazillian Santos)
  • โคลัมเบีย ผลิตกาแฟเป็นอันดับ 2 ของโลก กาแฟที่มีชื่อคือ ซูรีโม (Suremo)
  • ฮาวาย กาแฟขึ้นชื่อคือ โคน่า (Kona)
  • อินโดนีเซีย
    • ชวา [Java] วิธีการเฉพาะของที่นี่คือ การบ่มในโกดังพิเศษเพื่อให้เมล็ดกาแฟเปลี่ยนสี และมีรสชาติที่ดี
    • สุมาตรา ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่า กาแฟแมนเฮลิงและอันโกลาของชวา มีรสชาติดีกว่าบลูเมาน์เทนและโคน่าเสียอีก
  • อินเดีย มีกาแฟรสชาติเฉพาะตัว ชื่อมอนซูน มาลาบาร์ (Monsooned Malabar)
  • เอธิโอเปีย ประชากร 1 ใน 4 ของประเทศมีรายได้จากอุตสาหกรรมกาแฟ กาแฟที่นี่มีลักษณะเฉพาะเนื่องจากมีกาแฟป่าปะปนอยู่ แต่นี่ก็เป็นสาเหตุให้รสชาติมีความไม่แน่นอนสูงด้วยเช่นกัน กาแฟที่มีชื่อเสียงคือ ฮารา ลองเบอรี่ (Harrar Longberry) , ซีดาโม (Sidamo) , และคาฟฟา (Kaffa)
  • เคนยา [Kenya] พิถีพิถันเรื่องคุณภาพมาก กาแฟที่มีคุณภาพที่สุดคือ "เคนยา AA" 


  • -ลวดลายของถุงใส่กาแฟ เคนย่า-

    ซึ่งในแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีรสชาติ และกลิ่นที่แตกต่างกันออกไป เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพันธุ์
    บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในแต่ละสายพันธุ์ ก้มีความประณีตแตกต่างกันไป
    _____________________________________________________________________________

    ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นกาแฟสายพันธุ์ธรรมดา ทั่วไป
    มีกาแฟสายพันธุ์หนึ่ง ได้ชื่อว่า รสชาติลึกล้ำ และแพงที่สุดในโลกอีกด้วย


    Kopi Luwak หรือ กาแฟขี้ชะมด
    คำว่า Kopi ในภาษาอินโดนีเซีย แปลว่า  กาแฟ
    ส่วน Luwak หมายถึง ชะมดพันธุ์ Paradoxurus ที่อาศัยอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย

    -ชะมดพันธุ์ Paradoxurus  น่ารักมั้ย?-

    เมื่อรวมทั้งสองคำ ก็คือ Kopi Luwak [อ่านว่า โกปิ ลูวะ] หมายถึง กาแฟขี้ชะมดนั่นเอง 
    สาเหตุที่เรียกชื่อเช่นนี้ก็เพราะกาแฟชนิดนี้นี่แหละเป็นผลผลิตที่ออกมาพร้อมกับขี้ชะมด


    กาแฟมันมาจากตัวชะมดได้ยังไง?
                            กาแฟชนิดนี้มาจากไร่บนเกาะสุมาตรา โดยเริ่มต้นจากชาวไร่กาแฟจะเลี้ยงชะมดพันธุ์พื้นเมืองนี้ไว้ในไร่กาแฟและปล่อยให้มันกินผลของกาแฟสุกที่อยู่ในไร่ เมื่อชะมดถ่ายมูลของมันออกมาก็จะมีเมล็ดกาแฟติดออกมาด้วย

     
    <<หน้าตากาแฟขี้ชะมดที่เพิ่งเก็บมาใหม่ๆ

    ใครคิดเอาขี้ชะมดมากินเนี่ย?
                          
    กาแฟขี้ชะมดเนี่ย แต่เดิมเป็นกาแฟสายพันธุ์ โรบัสต้า ราคาถูก มีชาวอินโด ไปเดินป่า แล้วพบเห็น
    ขี้ชะมด มีกาแฟที่ไม่ถูกย่อย ยังคงเป็นรูปเมล็ดอยู่ จึงเกิดความเสียดาย เอามาล้าง และลองคั่วชงทานดู ปรากฏว่าได้
    รสชาติและกลิ่นที่หอมหวน แปลกใหม่ เข้มข้น แบบที่โรบัสต้าเดิมให้ไม่ได้ [กาแฟโรบัสต้า ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นของ Body แต่อ่อนหรื่อกลิ่นและรสชาติ] ต่อมาจึงเกิดการเพาะเลี้ยงชะมด ในไร่กาแฟเป็นล่ำเป็นสันขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าโรบัสต้า

    -มาดูกันชัดๆ จะเห็นได้ว่า เมล็ดกาแฟไม่ได้ถูกย่อย อยู่ในสภาพสมบูรณ์ทุกเมล็ด-


    ทำไมมันราคาแพงที่สุดในโลก?
                           คอกาแฟหลายคนเล่าว่ามีราคาแพงและหายากที่สุดก็เนื่องจากกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนกว่าการปลูกกาแฟทั่วไป ชะมดเป็นสัตว์ที่กินยาก เลือกกินเฉพาะเมล็ดกาแฟที่สุกดีแล้วเท่านั้น ขณะที่ผลกาแฟอยู่ในท้องของตัวชะมดนั้นเมล็ดจะผสมกับเอมไซม์และสารเคมีที่อยู่ในกระบวนการย่อยของมัน ทำให้กาแฟชนิดนี้มีกลิ่นและลักษณะเฉพาะตัว
    ผู้เชี่ยวชาญกาแฟบางรายระบุว่ากาแฟที่เก็บจากมูลชะมดทำได้ยากกว่าเก็บจากต้นจึงทำให้กาแฟชนิดนี้มีราคาสูง
                           ขั้นตอนหลังจากนั้นก็จะเหมือนการทำกาแฟชนิดอื่นๆ ด้วยการนำไปล้างเอามูลชะมดออกให้หมดจด และขั้นตอนสุดท้ายคือนำไปคั่วเพื่อพร้อมที่จะนำส่งให้บรรดาร้านกาแฟต่อไป และด้วยขั้นตอนการได้มาของกาแฟขี้ชะมดยากแสนยากอย่างนี้ทำให้ในปีหนึ่งมีกาแฟชนิดนี้ออกมาสู่ตลาดเฉลี่ยปีละ 500 ปอนด์เท่านั้น
                         
                           สนนราคา ก็ ปอนด์ ละ 300$ เหรียญเท่านั้น อยากรู้เป็นเงินไทยเท่าไหร่ ก้ลองคูณดูละกัน

                           ถ้าใครอยากจะลองชิม ก็ต้องจ่ายถึง 500บาทต่อแก้ว คงไม่มีร้านกาแฟที่ไหนบ้าจี้เอามาชงขายนะ


    -บรรจุภันฑ์หรูหรา ถูกเก็บรักษาอย่างดี แถมขี้ชะมดในแท่งแก้วเพื่อยินยันว่าเป็นของจริง-


    -รสชาติล้ำลึกนอนอยู่ใน ถุงสีทองอร่ามถุงนี้-


    -ล่าสุด โกอินเตอร์ไป เตะตลาดสิงห์นักสูบกันแล้วซะงั้น-

    ________________________________________________________________________

    ปิดท้ายด้วยข่าวขำ วงการกาแฟ
    กาแฟขี้ชะมดโดนล้มแช้มป์ โดย "กาแฟลิง"

                            เมืองเกษตรกรรมอย่างไทยเรารู้จักใช้ประโยชน์จากมูลสัตว์โดยนำไปเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้มานาน อีกทั้งรู้ว่าวัตถุดิบจากสัตว์บางชนิดสามารถนำไปเป็นส่วนประกอบของยารักษาโรคได้ ความมหัศจรรย์หนึ่งที่เกิดจากสัตว์แต่ไม่ได้ค้นพบในบ้านเรา ไปปรากฏที่อินโดนีเซีย คือขี้ชะมดนำไปทำกาแฟดื่มเรียกว่า กาแฟโกปิลูวัก (Kopi luwak) ก้าวขึ้นมาเป็นยอดกาแฟราคาแพงที่สุดในโลก แต่ล่าสุดกาแฟขี้ชะมดเสียแชมป์ด้านความอร่อยไปแล้วเมื่อนักชิมระดับโลกฟันธงว่ากาแฟขี้ชะมดรสชาติสู้ “กาแฟลิง” ไม่ได้ 

                           ทิฟฟานี โซเปอร์ ประชาสัมพันธ์ของ 49th Parallel บริษัทจำหน่ายกาแฟชื่อดังแห่งแคนาดา เผยกับเหยี่ยวข่าว Vancouver Sun ว่ายอดกาแฟน้องใหม่มาแรงดังกล่าวชื่อ India Devon Estate 795 Arabica ปรุงจากเมล็ดกาแฟที่ลิงวอกในอินเดียบ้วนออกมา ลิงวอก (Rhesus Monkey) ชื่อวิทยาศาสตร์ Macaca mulatta พบในภาคเหนือของไทย ในจีน และอัฟกานิสถานด้วย โซเปอร์เล่าว่าชาวไร่กาแฟในอินเดียนำเมล็ดกาแฟที่ลิงบ้วนทิ้งมาปรุงดื่มนานแล้ว แต่นำมาผสมกับเมล็ดกาแฟเก็บจากต้น ก่อนจะทดลองรสชาติกาแฟลิงล้วนๆเมื่อไม่นานที่ผ่านมา และพบว่ารสชาติโดนใจกว่า

                            ผู้เชี่ยวชาญเผยว่ากาแฟลิงกลิ่นหอมยวนใจ รสชาติกลมกล่อมปิดท้ายด้วยรสหวานฉ่ำลิ้น เป็นผลมาจากเมล็ดกาแฟที่ลิงเลือกไปกินเปลือกนอกและบ้วนส่วนที่เหลือออกมาเป็นเมล็ดที่สมบูรณ์และสุกเต็มที่ เว็บไซต์ Canada.com ระบุว่า ประธานคณะกรรมการตัดสินการปรุงกาแฟชิงแชมป์โลกเทคะแนนให้ India Devon Estate 795 Arabica ถึง 98 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 ส่วนกาแฟขี้ชะมดได้ 74 คะแนน ร้าน 49th Parallel ขายกาแฟลิงปรุงแบบ Espresso ที่สาขาในแวนคูเวอร์ ถ้วยละ 2.36 ดอลลาร์สหรัฐ (75.50 บาท)


    =โฉมหน้าเจ้าจ๋อผู้ล้มแช้มป์=

    ที่มา คอลัมน์ เรื่องเล่าต่างแดนสัตว์โลก จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้ วันสุข
    ปีที่ 9 ฉบับที่ 2288 ประจำวัน ศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2008

    ***มนุษย์ก็ช่างสรรหารสชาติใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ เมืองไทยชาวเหนือเรา สักวันคงคิดกาแฟจากมูลช้างได้
    ต่อไปคงคิดว่า ต้องมีกาแฟแปลกๆมาอีกแน่นอน ไม่แน่ต่ออาจจะเป็น กาแฟขี้มนุษย์เราเองก็ได้ แต่ใครจะกิน ? ***

     

    edit @ 19 Jun 2008 19:52:08 by Dei

    edit @ 19 Jun 2008 19:53:52 by Dei